เชื่อว่าชาวออฟฟิศหลายคนคงคุ้นเคยกับอาการปวดหัวตุ้บๆ ข้างเดียวที่มาพร้อมกับความคลื่นไส้ หรืออาการตาพร่ามัว ซึ่งรบกวนชีวิตประจำวันอย่างมาก อาการเหล่านี้คือสัญญาณของ “ไมเกรน” ที่มักกำเริบเมื่อเจอความเครียดหรือพักผ่อนน้อย วันนี้โปรทริว่าจึงรวบรวมเทคนิคการดูแลตัวเองง่ายๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการให้ทุเลาลงได้โดยไม่ต้องพึ่งยาพร่ำเพรื่อค่ะ
7 วิธีแก้ไมเกรน ด้วยตัวเอง บรรเทาปวดไว ไม่ต้องพึ่งยา
หากคุณกำลังมองหา วิธีแก้ไมเกรน ด้วยตัวเอง เพื่อจัดการกับอาการปวดที่รบกวนชีวิต สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตั้งสติและเริ่มปรับพฤติกรรมง่ายๆ ทันทีที่เริ่มรู้สึกถึงสัญญาณเตือน การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยลดความรุนแรงของอาการและช่วยให้คุณกลับมาสดใสได้ไวขึ้น มาดู 7 วิธีที่ทำตามได้ทันทีกันค่ะ
1. ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอเป็นลำดับแรก
รู้ไหมคะว่า วิธีแก้ปวดไมเกรน เบื้องต้น ที่ง่ายและสำคัญที่สุดคือการดื่มน้ำ จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน PubMed พบว่า “ภาวะขาดน้ำ” เป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นหลักที่ทำให้เกิดอาการปวดไมเกรน การศึกษาชี้ว่าผู้ที่ดื่มน้ำเพิ่มขึ้นในแต่ละวัน สามารถลดความรุนแรงและระยะเวลาของอาการปวดหัวได้อย่างมีนัยสำคัญ (2) ดังนั้นเมื่อเริ่มปวดหัว ลองจิบน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องดูนะคะ
2. หาสถานที่เย็น ๆ
สำหรับวิธี แก้ไมเกรน เร่ง ด่วน การลดอุณหภูมิลงและรักษาร่างกายให้เย็นสบายถือเป็นวิธีเบื้องต้นที่เห็นผลไวค่ะ เพราะ การอยู่ในที่ร้อนเกินไปอาจทำให้เกิดไมเกรนได้ ดังนั้นหากคุณกำลังมีอาการปวดไมเกรนหรือรู้สึกว่าอาการกำลังจะกำเริบ ให้พยายามลดอุณหภูมิลง เครื่องปรับอากาศและพัดลมสามารถช่วยให้ร่างกายเย็นลงได้ จะช่วยบรรเทาอาการได้ไม่น้อยเลยค่ะ (2)
3. นวดกดจุดคลายเครียดด้วยตัวเอง
วิธีนวดไมเกรนด้วย ตัว เอง การนวดหนังศีรษะ การกดดันกล้ามเนื้อสามารถช่วยบรรเทาความตึงเครียดและความเครียด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดไมเกรน การนวดยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้ (2)
4. เติมแมกนีเซียมให้ร่างกาย
แมกนีเซียม เป็นหนึ่งในธาตุเคมีและมีบทบาทสำคัญในกระบวนการทางเคมีของร่างกาย อาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพจะมีแมกนีเซียมในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการในชีวิตประจำวัน แหล่งแมกนีเซียมจากธรรมชาติในอาหารของเราได้แก่ ผักใบเขียว เครื่องเทศ ถั่ว ธัญพืช กาแฟ โกโก้ และชา
ในบรรดาอาหารเสริมที่มีอยู่ทั้งหมด แมกนีเซียมเป็นสารที่ได้รับการศึกษามากที่สุด งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าผู้ที่เป็นไมเกรนอาจขาดแมกนีเซียม และระดับแมกนีเซียมในสมองอาจต่ำลงในช่วงที่มีอาการกำเริบ อาหารเสริมอาจช่วยฟื้นฟูความสมดุลและช่วยป้องกันอาการกำเริบได้ อาจจำเป็นต้องรับประทานในปริมาณที่สูงขึ้นเป็นเวลาอย่างน้อยสามถึงสี่เดือนจึงจะเห็นผลลัพธ์ (1)
5. พักในห้องมืดและเงียบ
เมื่อต้องการ แก้ไมเกรน เร่ง ด่วน ทันทีที่อาการกำเริบ แสงและเสียงคือศัตรูตัวร้ายค่ะ ให้พาตัวเองไปอยู่ในห้องที่มืด สนิท และเงียบที่สุด การตัดสิ่งเร้าทางประสาทสัมผัสจะช่วยให้สมองได้พักและลดการกระตุ้นเส้นประสาทที่กำลังไวต่อความรู้สึก ทำให้ความปวดทุเลาลงได้เร็วขึ้น (3)
6. ประคบเย็นบริเวณต้นคอ
ประคบเย็นที่หน้าผาก หนังศีรษะ หรือลำคอเพื่อบรรเทาอาการปวด ผู้เชี่ยวชาญยังไม่แน่ใจนักว่าเพราะเหตุใด แต่การลดการไหลเวียนของเลือดอาจเป็นส่วนหนึ่งของกลไก อาจลองใช้เจลแช่แข็งหรือผ้าขนหนูที่ล้างด้วยน้ำเย็นก็ได้เช่นกัน (3)
7. ออกกำลังกาย
การออกกำลังกาย ไม่แนะนำให้ออกกำลังกายขณะที่กำลังปวดไมเกรนหรือรู้สึกไม่สบาย อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์ในการบรรเทาอาการและลดการกำเริบของไมเกรน การออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดินและโยคะ สามารถช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นได้ บางคนพบว่าการออกกำลังกายสามารถหยุดการกำเริบเฉียบพลันของไมเกรนได้ (2)
เครื่องดื่ม แก้ปวดหัวไมเกรน มีอะไรบ้าง
นอกจากน้ำขิงที่กล่าวไปแล้ว เครื่องดื่ม แก้ปวดหัวไมเกรน ที่น่าสนใจยังมีอีกหลายชนิด เช่น
- ชาเปปเปอร์มินต์: กลิ่นหอมเย็นช่วยผ่อนคลายและลดอาการคลื่นไส้
- น้ำเปล่า: พื้นฐานที่สุดแต่สำคัญที่สุด
- กาแฟดำ (ในปริมาณเล็กน้อย): สำหรับบางคน คาเฟอีนปริมาณเล็กน้อยในช่วงต้นของอาการปวดอาจช่วยให้ยาแก้ปวดออกฤทธิ์ดีขึ้น แต่ต้องระวังอย่าดื่มเยอะเกินไป เพราะอาจกระตุ้นให้ปวดหนักกว่าเดิมเมื่อหมดฤทธิ์คาเฟอีน (3)
ปวด หัว แบบ ไหน เสี่ยง เส้นเลือด ใน สมอง แตก
แม้อาการปวดหัวจะเป็นเรื่องปกติของคนเป็นไมเกรน แต่เราต้องสังเกตตัวเองเสมอว่า ปวด หัว แบบ ไหน เสี่ยง เส้นเลือด ใน สมอง แตก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉิน หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที:
- ปวดหัวรุนแรงที่สุดในชีวิต แบบทันทีทันใด (Thunderclap headache)
- ปวดหัวร่วมกับแขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว หรือพูดไม่ชัด
- ปวดหัวจนซึมลง หรือชักเกร็ง
- ปวดหัวหลังได้รับอุบัติเหตุที่ศีรษะ
สรุป
การดูแลตัวเองเมื่อเป็นไมเกรนไม่ใช่เรื่องยาก หากเรารู้ วิธีแก้ไมเกรน ด้วยตัวเอง และหมั่นสังเกตสัญญาณเตือนของร่างกาย การดื่มน้ำให้เพียงพอ การพักผ่อน และการใช้สมุนไพรอย่างขิง ล้วนเป็นวิธีธรรมชาติที่ช่วยบรรเทาอาการได้ แต่หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีความผิดปกติที่น่ากังวล การปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ
อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่: แมกนีเซียม








