เคยไหมคะ? เสียงนาฬิกาปลุกดังตอนเช้า แต่ความรู้สึกแรกที่เข้ามาในหัวไม่ใช่ความสดใส แต่กลับเป็นความรู้สึกหนักอึ้งเหมือนมีหินถ่วงตา ทั้งที่เมื่อคืนก็นอนเร็ว แถมดูเวลาก็ปาเข้าไป 8-9 ชั่วโมงแล้ว แต่ทำไมร่างกายยังฟ้องว่า “นอนเยอะ แต่ยังง่วง” อยู่เลย?
โปรทริว่าอยากบอกว่า คุณไม่ได้ขี้เกียจ และคุณไม่ได้คิดไปเองค่ะ อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณที่ร่างกายกำลังพยายามบอกอะไรบางอย่าง วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจกันว่า ทำไมแบตเตอรี่ชีวิตของคุณถึงชาร์จไม่เต็ม 100% สักที พร้อมวิธีแก้ที่จะช่วยกู้คืนความสดชื่นให้กลับมาอีกครั้งค่ะ
ทำไมนอนครบ 8 ชั่วโมงแล้วยังง่วง? เข้าใจเรื่อง “คุณภาพ” มากกว่า “ปริมาณ”
หลายคนเข้าใจผิดว่าการนอนที่ดีคือการนอนให้ “นาน” ที่สุด แล้วทำไม นอนเยอะแต่ยังง่วง นั่นเป็นเพราะ ในความเป็นจริงแล้ว “คุณภาพการนอน” (Sleep Quality) นั้นสำคัญกว่าชั่วโมงการนอนค่ะ ลองจินตนาการดูนะคะ การนอนก็เหมือนการชาร์จแบตโทรศัพท์ ถ้าเราใช้สายชาร์จที่ไม่ได้มาตรฐาน ต่อให้เสียบปลั๊กไว้นานแค่ไหน แบตก็อาจจะเข้าแค่ 50% หรือไฟไม่เข้าเลยก็ได้
รู้จักกับภาวะ Sleep Inertia หรืออาการง่วงซึมหลังตื่นนอน (เมาขี้ตา)
หนึ่งในสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้เรารู้สึกมึนงง ตัดสินใจช้า และอยากจะล้มตัวลงนอนต่อทันทีที่ตื่น คือภาวะที่เรียกว่า Sleep Inertia ค่ะ
มีงานวิจัยระบุว่า อาการนี้มักเกิดขึ้นเมื่อเรา “ตื่นผิดจังหวะ” คือถูกปลุกให้ตื่นในขณะที่สมองกำลังอยู่ในช่วงหลับลึก (Deep Sleep) ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังซ่อมแซมตัวเองอย่างหนัก ทำให้สมองปรับตัวไม่ทัน เกิดอาการงัวเงียรุนแรงแม้จะนอนมาเยอะแค่ไหนก็ตาม (6)
นอนเยอะแต่ยังง่วง ขาดวิตามินอะไรหรือเปล่า?
ถ้าระบบการนอนก็ปกติ แต่ตื่นมาแล้วยังเพลีย ร่างกายอาจกำลังฟ้องว่าขาด “เชื้อเพลิง” ในการผลิตพลังงานค่ะ สารอาหารมีผลโดยตรงต่อความกระปรี้กระเปร่า มีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าการขาดวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดมีความสัมพันธ์กับความเหนื่อยล้าเรื้อรัง (4)
หากคุณกำลังสงสัยว่า นอนเยอะแต่ยังง่วง ขาดวิตามิน ตัวไหน? ลองเช็กรายการนี้ดูค่ะ:
- วิตามิน B Complex (โดยเฉพาะ B12): เปรียบเสมือนโรงไฟฟ้าของเซลล์ ช่วยเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน
- x
- ธาตุเหล็ก (Iron): ตัวช่วยขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ใครที่ซีด เลือดจาง จะเพลียง่ายมาก
- แมกนีเซียม (Magnesium): ช่วยเรื่องการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท รวมถึงช่วยให้หลับลึกขึ้นในตอนกลางคืน
Protriva’s Tip: ลองเสริมด้วยอาหารธรรมชาติ เช่น ตับ ไข่แดง ผักใบเขียว หรือธัญพืชดูนะคะ หรือหากชีวิตเร่งรีบ การเลือกทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่รวบรวมวิตามินเหล่านี้ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วย ส่งเสริม ให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนขึ้นค่ะ
5 สัญญาณเตือน! อาการง่วงนอนตลอดเวลา อ่อนเพลีย อาจเกิดจากโรคเหล่านี้
สำหรับอาการดังกล่าว วิธีการแก้ไข ทั่วไปอาจไม่ได้ผล หากมีปัญหาสุขภาพแฝงอยู่ หากคุณมี อาการง่วงนอนตลอดเวลา อ่อนเพลีย ร่วมกับอาการเหล่านี้ ควรลองสังเกตตัวเองให้ดีค่ะ (2)
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea): นอนกรนเสียงดัง หรือสะดุ้งตื่นเฮือก ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนเป็นช่วงๆ ตลอดคืน
โรคโลหิตจาง: เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้วูบง่าย เพลียง่าย
ภาวะไทรอยด์ต่ำ: ฮอร์โมนไทรอยด์ทำหน้าที่ควบคุมการเผาผลาญ เมื่อต่ำลง ร่างกายจะเฉื่อยชา
โรคเบาหวาน: ระดับน้ำตาลในเลือดที่ไม่สมดุล ทำให้ร่างกายดึงพลังงานไปใช้ได้ไม่ดี
ภาวะซึมเศร้า (Depression): ปัญหาสุขภาพจิตส่งผลโดยตรงต่อสารเคมีในสมองและการนอนหลับ
หากสงสัยว่าตัวเองเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่ง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดนะคะ
นอนเยอะ แต่ยังง่วง วิธีแก้ฉบับทำตามได้ทันที ปลุกร่างกายให้ตื่นตัว
ถ้าเช็กแล้วสุขภาพกายปกติ ลองปรับพฤติกรรมง่ายๆ ด้วยเทคนิคเหล่านี้เพื่อกู้คืนความสดใสดูค่ะ:
- รับแสงแดดทันทีที่ตื่น: แสงแดดช่วยหยุดการหลั่งเมลาโทนิน (ฮอร์โมนง่วง) และกระตุ้นเซโรโทนินให้เราตื่นตัว
- ดื่มน้ำ 1-2 แก้วหลังตื่นนอน: ร่างกายขาดน้ำมาตลอดคืน ความเข้มข้นของเลือดที่สูงขึ้นทำให้รู้สึกไม่สดชื่น การดื่มน้ำจะช่วย ปรับสมดุล และกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด
- งีบหลับอย่างมีกลยุทธ์ (Power Nap): ถ้าง่วงระหว่างวัน ให้งีบแค่ 10-20 นาที (ห้ามเกินนี้) เพื่อรีเฟรชสมองโดยไม่เข้าสู่โหมดหลับลึก (3)
- ขยับร่างกายเบาๆ: ยืดเหยียดหรือเดินแกว่งแขน ช่วยปลุกกล้ามเนื้อและหัวใจให้สูบฉีดเลือดได้ดีขึ้น
สรุปส่งท้ายจากใจโปรทริว่า อาการ นอนเยอะแต่ยังง่วง ไม่ใช่เรื่องที่ควรละเลย เพราะมันคือเสียงเตือนจากร่างกายที่บอกให้เราหันกลับมาดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการปรับตารางนอน เติมสารอาหารดีๆ หรือการตรวจสุขภาพประจำปี เริ่มต้นดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ เพื่อเช้าวันใหม่ที่สดใสกว่าเดิมนะคะ
อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่: แมกนีเซียม








