คำนวณอายุหัวใจ
ปี
*BMI เกินมาตรฐานเอเชีย (23.0)
อ้างอิง: nhs.uk (National Health Service - UK)
ทำไมต้องคำนวณอายุหัวใจ ?
การคำนวณอายุหัวใจ ทําให้คุณทราบว่าหัวใจของคุณแข็งแรงขนาดไหน เหมาะสมกับอายุตอนนี้หรือไม่
โดยที่ฟอร์มคำนวณอายุหัวใจนี้จะเปรียบเทียบอายุจริงของคุณกับอายุหัวใจของคุณโดยถามคําถามเกี่ยวกับสุขภาพของคุณต่างๆเพื่อนำมาคำนวณอายุหัวใจของคุณ
ใครสามารถใช้เครื่องคิดเลขนี้ได้บ้าง
- มีอายุ 30 ถึง 95 ปี
- ไม่มีภาวะที่ส่งผลต่อหัวใจหรือหลอดเลือด (โรคหัวใจและหลอดเลือด)
- อาศัยอยู่ในประเทศไทย
คำนวณอายุหัวใจ (Heart Age) คืออะไร? สำคัญไฉนกับสุขภาพเรา
คำนวณอายุหัวใจ ไม่ใช่การนับตามวันเกิด แต่เป็นการประเมินความเสี่ยงของระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยอ้างอิงจากงานวิจัยของ Centers for Disease Control and Prevention (CDC) ระบุว่า “อายุหัวใจ” คือการคาดการณ์อายุของระบบหลอดเลือดและหัวใจของบุคคลนั้น ๆ โดยคำนวณจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ (1)
หากคุณ คำนวณอายุหัวใจ แล้วพบว่าตัวเลข “สูงกว่า” อายุจริง นั่นแปลว่าคุณมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD) สูงกว่าคนที่อายุเท่ากันแต่มีสุขภาพดี การรู้อายุหัวใจจึงเปรียบเสมือนสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า ให้เราเร่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ ค่ะ
ปัจจัยที่ใช้ในการประเมินและคำนวณอายุหัวใจ
การคำนวณมักใช้ข้อมูลพื้นฐานร่วมกับ แบบประเมิน CVD risk score ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ช่วยพยากรณ์โอกาสการเกิดโรค โดยปัจจัยหลักที่มีผลต่ออายุหัวใจ ได้แก่:
- ความดันโลหิต (Systolic Blood Pressure)
- ดัชนีมวลกาย (BMI)
- ระดับคอเลสเตอรอล
- ประวัติการสูบบุหรี่
- โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน
เช็กให้ชัวร์! อัตราการเต้นของหัวใจปกติ bpm ควรอยู่ที่เท่าไหร่?
หนึ่งในตัวชี้วัดสุขภาพหัวใจที่สำคัญคือ “ชีพจร” หรืออัตราการเต้นของหัวใจค่ะ สำหรับคนทั่วไป อัตราการเต้นของหัวใจปกติ bpm (Beats per minute) ขณะพัก (Resting Heart Rate) ควรอยู่ที่ 60-100 ครั้งต่อนาที แต่ในนักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายประจำ หัวใจอาจเต้นช้าลงได้ถึง 40-50 ครั้งต่อนาที ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีค่ะ (2)
ตารางแสดง อัตราการเต้นของหัวใจ ตามอายุ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น โปรทริว่าได้สรุปค่าเฉลี่ย อัตราการเต้นของหัวใจ ตามอายุ มาฝากค่ะ (ค่าประมาณการขณะพัก):
ช่วงอายุ | อัตราการเต้นของหัวใจ (ครั้ง/นาที) |
ทารกและเด็กเล็ก | 80 – 130 |
เด็กโต (7-15 ปี) | 70 – 100 |
ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป) | 60 – 100 |
อัตราการเต้นของหัวใจ ผู้ สูงอายุ | 60 – 100 (อาจช้าลงเล็กน้อยตามยาที่ทาน) |
มีคำถามเข้ามาบ่อยค่ะว่า ผู้ ป่วย อายุ 45 ปี ควร มี ค่า ชีพจร ปกติ อยู่ ที่ ระดับ ใด? คำตอบคือควรอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคือ 60-100 ครั้งต่อนาทีค่ะ แต่หากต้องการสุขภาพที่ดีเยี่ยม งานวิจัยระบุว่าผู้ที่มีอัตราการเต้นของหัวใจขณะพักต่ำ (ประมาณ 60-70) มักมีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดน้อยกว่าผู้ที่มีชีพจรเต้นเร็วขณะพักค่ะ (2)
ส่วน อัตราการเต้นของหัวใจ อายุ 60 ปีขึ้นไป ก็ยังคงใช้เกณฑ์เดียวกัน แต่ต้องระวังเรื่องความสม่ำเสมอของจังหวะการเต้นที่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามวัยค่ะ
สัญญาณเตือนภัย: อัตราการเต้นของหัวใจสูง และอาการผิดปกติ
การสังเกต อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ โดยเฉพาะภาวะ อัตราการเต้นของหัวใจสูง (Tachycardia) หรือเต้นเร็วผิดปกติขณะพัก
หัวใจเต้นเร็ว 120 ครั้งต่อนาที อันตราย ไหม?
ถ้าคุณเพิ่งวิ่งเสร็จหรือตกใจสุดขีด ตัวเลข 120 ถือว่าปกติค่ะ แต่ถ้าคุณนั่งอยู่เฉยๆ แล้ว หัวใจเต้นเร็ว 120 ครั้งต่อนาที อันตราย ไหม? คำตอบคือ “ควรปรึกษาแพทย์” ค่ะ เพราะอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติของไฟฟ้าหัวใจ ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ หรือภาวะซีด ซึ่งควรได้รับการตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง
หัวใจวายมักมีอาการใด บ้าง?
นอกจากเรื่องชีพจรแล้ว อาการเตือนของโรคหัวใจหรือภาวะหัวใจวายที่ต้องระวัง ได้แก่:
- เจ็บแน่นหน้าอกร้าวไปที่แขนซ้าย คอ หรือกราม
- เหนื่อยง่ายผิดปกติ หายใจไม่อิ่ม
- เหงื่อออกตัวเย็น หน้ามืด วิงเวียน
- ใจสั่น หรือรู้สึกว่าหัวใจเต้นสะดุด
อายุยังน้อยเสี่ยงไหม? อายุ 25-30 เป็นโรคหัวใจได้ไหม?
หลายคนเข้าใจผิดว่าโรคหัวใจเป็นโรคของคนแก่ แต่ความจริงคือ อายุ 25 เป็นโรคหัวใจได้ไหม หรือ อายุ 30 เป็นโรคหัวใจได้ไหม? คำตอบคือ “ได้ค่ะ” และแนวโน้มในปัจจุบันพบผู้ป่วยอายุน้อยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
สาเหตุหลักมาจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เช่น ความเครียด การพักผ่อนน้อย การสูบบุหรี่ และอาหารการกิน การเริ่มดูแลตัวเองตามแนวทาง Primary Prevention หรือการป้องกันปฐมภูมิ ตั้งแต่อายุยังน้อย จึงเป็นสิ่งสำคัญมากในการลดความเสี่ยงระยะยาว (3)
5 วิธีลดอายุหัวใจและดูแลตัวเองให้ห่างไกลโรค
หากคุณ คำนวณอายุหัวใจ แล้วผลออกมาน่าตกใจ อย่าเพิ่งท้อนะคะ เราสามารถ “ลดอายุหัวใจ” ให้เด็กลงได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดังนี้:
- ขยับร่างกายสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายแบบแอโรบิก (เดินเร็ว, วิ่ง, ว่ายน้ำ) อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรง (3)
- เลือกทานไขมันดี: ลดไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัว เพิ่มการทานโอเมก้า-3 จากปลา ผักผลไม้หลากสี และธัญพืช
- จัดการความเครียด: ความเครียดส่งผลโดยตรงต่อความดันโลหิตและชีพจร ลองฝึกสมาธิหรือโยคะเพื่อผ่อนคลาย
- นอนหลับให้เพียงพอ: การนอนที่มีคุณภาพช่วยให้หัวใจได้พักผ่อนและซ่อมแซมตัวเอง
- เลิกบุหรี่: การหยุดสูบบุหรี่จะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้อย่างรวดเร็วและเห็นผลชัดเจนที่สุด
ไขข้อข้องใจเรื่องโรคหัวใจ: เป็นแล้วอยู่ได้กี่ปี และใช้ชีวิตอย่างไร?
สำหรับผู้ที่มีความกังวลหรือมีคนใกล้ชิดป่วย โปรทริว่าขอรวบรวมคำถามยอดฮิตมาตอบให้คลายกังวลค่ะ
- โรคหัวใจใช้ชีวิตปกติได้ไหม?
ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ “ใกล้เคียงปกติ” ค่ะ หากดูแลตัวเอง ทานยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด การปรับไลฟ์สไตล์จะช่วยให้ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ดีขึ้น - โรคหัวใจ อยู่ได้ กี่ ปี / โรคหัวใจอายุยืนไหม?
ไม่มีตัวเลขตายตัวค่ะ ขึ้นอยู่กับประเภทของโรค ความรุนแรง และการดูแลตัวเอง ปัจจุบันวิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวหน้ามาก ผู้ป่วยจำนวนมากมีอายุยืนยาวและมีความสุขได้ไม่ต่างจากคนทั่วไป - โรคหัวใจมีสิทธิ์หายมั้ย?
คำว่า “หายขาด” อาจใช้ได้ยากในโรคเรื้อรัง แต่เราใช้คำว่า “ควบคุมอาการได้ดี” (Well-controlled) ค่ะ เป้าหมายคือการรักษาคุณภาพชีวิตและป้องกันภาวะแทรกซ้อน - บายพาสหัวใจ มีอายุ กี่ ปี?
การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (Bypass) ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ดีขึ้น โดยทั่วไปหลอดเลือดที่ทำใหม่อาจใช้งานได้ดีนาน 10-15 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างเบาหวานและความดันโลหิตค่ะ
สรุป: เริ่มต้นดูแลหัวใจตั้งแต่วันนี้
การ คำนวณอายุหัวใจ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราตระหนักถึงสุขภาพภายใน ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการลงมือดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อให้หัวใจดวงน้อยๆ ของเราแข็งแรงและอยู่คู่กับเราไปนานๆ ค่ะ
หากคุณมีอาการผิดปกติ เช่น เจ็บหน้าอกหรือใจสั่นรุนแรง อย่ารีรอที่จะไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดนะคะ สุขภาพหัวใจ รอไม่ได้ค่ะ
แหล่งอ้างอิง
- (1) Vital Signs: Predicted Heart Age and Racial Disparities in Heart Age Among U.S. Adults at the State Level – PubMed
- (2) Resting heart rate and the risk of cardiovascular disease, total cancer, and all-cause mortality – A systematic review and dose-response meta-analysis of prospective studies – PubMed
- (3) 2019 ACC/AHA Guideline on the Primary Prevention of Cardiovascular Disease: A Report of the American College of Cardiology/American Heart Association Task Force on Clinical Practice Guidelines – PubMed





