เวลาที่เราส่องกระจกแล้วเห็นผิวที่เคยสดใสกลับดูหมองคล้ำ ไม่เปล่งปลั่งเหมือนเคย เชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกกังวลใจและพยายามมองหาตัวช่วยในการดูแลผิวใช่ไหมคะ? ยิ่งในยุคที่เทรนด์การดูแลสุขภาพผิวจากภายในกำลังมาแรง หนึ่งในกระแสที่ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวางก็คือ “มะเขือเทศสีขาว” ที่หลายคนยกให้เป็นไอเทมลับในการดูแลผิว แต่คำถามที่ตามมาและค้างคาใจใครหลายคนก็คือ มะเขือเทศขาว ช่วยให้ผิวขาวจริงไหม? มันทำงานต่างจากมะเขือเทศสีแดงที่เราคุ้นเคยกันอย่างไร?
ไขข้อสงสัย มะเขือเทศขาว ช่วยให้ผิวขาวจริงไหม?
เพื่อให้ทุกคนเข้าใจการทำงานของสารอาหารที่มีต่อผิวอย่างถ่องแท้ เรามาดู 5 ความจริงเรื่องผิวที่จะช่วยตอบคำถามที่ว่า มะเขือเทศขาว ช่วยให้ผิวขาวจริงไหม ซึ่งในบทความนี้ โปรทริว่า จะขอสวมบทบาทเป็นเพื่อนหรือพี่สาวที่คอยให้คำแนะนำดีๆ เรื่องสุขภาพ พาคุณไปเจาะลึกทุกประเด็นที่เกี่ยวกับมะเขือเทศและการดูแลผิวแบบองค์รวม เราจะมาไขข้อข้องใจกันว่า การกิน มะเขือเทศ แล้ว ขาว จริง ไหม พร้อมตอบคำถามยอดฮิตจากโลกออนไลน์อย่าง กิน น้ํา มะเขือเทศ ดอย คํา ขาว จริง ไหม pantip เพื่อให้คุณมีข้อมูลที่ถูกต้อง อ้างอิงได้ และสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยค่ะ
1. มะเขือเทศขาวต่างจากมะเขือเทศแดงอย่างไร?
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับมะเขือเทศสีแดงที่อุดมไปด้วย “ไลโคปีน” (Lycopene) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตัวเก่ง แต่สำหรับมะเขือเทศสีขาวนั้น จะมีความพิเศษตรงที่เขาอุดมไปด้วยแคโรทีนอยด์ชนิดไร้สี (Colorless Carotenoids) ที่มีชื่อว่า ไฟโตอีน (Phytoene) และ ไฟโตฟลูอีน (Phytofluene) (1)
ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ไลโคปีนในมะเขือเทศแดงเปรียบเสมือน “บอดี้การ์ด” ที่คอยปกป้องเซลล์จากการถูกทำร้ายโดยอนุมูลอิสระ ในขณะที่ไฟโตอีนและไฟโตฟลูอีนในมะเขือเทศขาว เปรียบเสมือน “ร่มล่องหน” ที่กางปกป้องผิวของเราจากรังสียูวี (UV) ทั้ง UVA และ UVB จากภายในสู่ภายนอก สารสองตัวนี้สามารถดูดซับรังสียูวีได้ดี จึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงที่ผิวจะถูกทำร้ายจากแสงแดด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของผิวหมองคล้ำนั่นเองค่ะ (1)
2. กินมะเขือเทศผิวขาวขึ้นจริงไหม?
เมื่อพูดถึงคำถามที่ว่า กินมะเขือเทศผิวขาวขึ้นจริงไหม หรือคำถามยอดฮิตอย่าง กิน น้ํา มะเขือเทศ ดอย คํา ขาว จริง ไหม pantip ที่มักจะมีการตั้งกระทู้ถามกันอยู่บ่อยๆ คำตอบในทางวิทยาศาสตร์คือ มะเขือเทศไม่ได้มีฤทธิ์ในการ “ฟอกสีผิว” หรือเปลี่ยนพันธุกรรมสีผิวเดิมของเราให้ขาวซีดขึ้นแต่อย่างใดค่ะ
แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่าผิวดูสว่างกระจ่างใสขึ้น เป็นเพราะสารต้านอนุมูลอิสระทั้งในมะเขือเทศแดงและมะเขือเทศขาว ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ลดการอักเสบของผิวจากการโดนทำร้ายโดยรังสียูวี (2) เมื่อผิวไม่คล้ำเสียสะสม และมีความชุ่มชื้น สุขภาพผิวโดยรวมจึงดูเปล่งปลั่ง กระจ่างใส และดูสุขภาพดีขึ้นตามธรรมชาติ ดังนั้น คำตอบของ มะเขือเทศขาว ช่วยให้ผิวขาวจริงไหม จึงหมายถึงการช่วยสนับสนุนให้ผิวกลับมาสว่างใสในระดับที่ผิวเดิมของเราสามารถเป็นได้ มากกว่าการเปลี่ยนเฉดสีผิวนะคะ
3. กินน้ำมะเขือเทศกี่วันถึงเห็นผล และ ไลโคปีน ควรกินกี่ mg ต่อวัน?
ถ้ากินมะเขือเทศทุกวันจะเป็นยังไง? การดูแลผิวด้วยวิธีธรรมชาติไม่ใช่เวทมนตร์ที่ข้ามคืนแล้วจะเห็นผลทันทีค่ะ จากงานวิจัยเกี่ยวกับการบริโภคผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศเพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวี พบว่ากลุ่มตัวอย่างที่ทานซอสมะเขือเทศที่ให้ไลโคปีนประมาณ 16 มิลลิกรัมต่อวัน ต่อเนื่องเป็นเวลา 10 สัปดาห์ จะมีเกราะป้องกันผิวจากรอยแดงที่เกิดจากแสงแดดได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (2)
ดังนั้น หากถามว่า กินน้ำมะเขือเทศกี่วันถึงเห็นผล คำตอบคือควรเป็นแนวทางในการทานอย่างต่อเนื่องประมาณ 2-3 เดือนขึ้นไป ควบคู่ไปกับการทาครีมกันแดด ส่วนคำถามที่ว่า ไลโคปีน ควรกินกี่ mg ต่อวัน โดยทั่วไปแนะนำให้อยู่ที่ประมาณ 15-20 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเทียบเท่ากับการดื่มน้ำมะเขือเทศ 1-2 แก้ว หรือการทานมะเขือเทศปรุงสุกขนาดกลางประมาณ 2-3 ลูกค่ะ การบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยส่งเสริมการดูแลผิวได้อย่างยั่งยืน
4. กินมะเขือเทศแล้วแก้มแดงจริงไหม และ มากหน้ามะเขือเทศช่วยอะไร?
เรื่องนี้เป็นสิ่งที่สาวๆ หลายคนอยากรู้ กินมะเขือเทศแล้วแก้มแดงจริงไหม? การบริโภคมะเขือเทศเป็นประจำมีส่วนช่วยเสริมสร้างการไหลเวียนของโลหิตให้ดีขึ้น เมื่อเลือดลมไหลเวียนดี ประกอบกับผิวที่ดูใสขึ้นจากการปกป้องของไลโคปีนและไฟโตอีน จึงทำให้ผิวหน้าโดยเฉพาะบริเวณแก้มดูมีเลือดฝาด ดูอมชมพูระเรื่อแบบสุขภาพดี แต่ไม่ใช่การแดงแบบผิดปกติค่ะ
นอกจากจะบำรุงจากภายในแล้ว หลายคนยังสงสัยว่า มากหน้ามะเขือเทศช่วยอะไร? การใช้มะเขือเทศสดมามาสก์หน้า จะช่วยเรื่องการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน เพราะในมะเขือเทศมีกรดผลไม้ธรรมชาติ (AHA) และวิตามินซี ที่ช่วยลดความมันส่วนเกิน และส่งเสริมให้ผิวหน้าดูสดใสขึ้น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลผิวจากภายนอกที่ทำได้ง่ายๆ ที่บ้านค่ะ
5. ข้อควรระวัง: ข้อเสียของมะเขือเทศคืออะไร และ มะเขือเทศแบบไหนไม่ควรกิน?
แม้จะมีประโยชน์มากมาย แต่ข้อเสียของมะเขือเทศคืออะไร ก็เป็นสิ่งที่เราต้องรู้ไว้เพื่อดูแลตัวเองอย่างปลอดภัยค่ะ
- มะเขือเทศแบบไหนไม่ควรกิน: ไม่ควรทานมะเขือเทศดิบที่ยังเป็นสีเขียว หรือยังไม่สุกดี เพราะมีสารโซลานีน (Solanine) สูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดหัว ท้องเสีย หรือคลื่นไส้ได้ ควรเลือกทานผลที่สุกแดงหรือสุกตามสายพันธุ์แล้วเท่านั้น
- ทำไมมะเขือเทศไม่ควรกินสด: ไม่ใช่ว่าห้ามกินสดเลยนะคะ การกินสดเราจะได้วิตามินซีสูง แต่ถ้าเป้าหมายของคุณคือ “ไลโคปีน” การนำไปปรุงสุกผ่านความร้อนและใช้น้ำมันเล็กน้อย จะช่วยทำลายผนังเซลล์ของมะเขือเทศ ทำให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนไปใช้ได้ดีกว่าการกินสดหลายเท่าค่ะ
- ผู้ที่ควรระวัง: ผู้ที่มีภาวะกรดไหลย้อนอาจต้องปรับสมดุลและจำกัดปริมาณ เพราะมะเขือเทศมีความเป็นกรด และผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับไตควรปรึกษาแพทย์ก่อนทานในปริมาณมาก เพราะมะเขือเทศมีโพแทสเซียมค่อนข้างสูง
ตอบคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลผิวและสิว
หลังจากที่เราได้ทำความเข้าใจกันไปแล้วว่า มะเขือเทศขาว ช่วยให้ผิวขาวจริงไหม เรามาดูคำถามเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผิวแบบองค์รวมเพิ่มเติมกันค่ะ
กินอะไรผิวขาวเร็ว?
ต้องบอกด้วยความจริงใจว่าไม่มีอาหารวิเศษที่กินปุ๊บแล้วผิวขาวปั๊บค่ะ แต่หากต้องการสนับสนุนให้ผิวดูสว่างใสและสุขภาพดีเร็วขึ้น ควรเน้นเป็นทางเลือกในการทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี (เช่น ส้ม ฝรั่ง เบอร์รี่) ที่ช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจน, วิตามินอี (เช่น อัลมอนด์ อะโวคาโด) ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น, และอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ควบคู่ไปกับการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ และที่สำคัญที่สุดคือต้อง “ทาครีมกันแดด” ทุกวันเพื่อบรรเทาและป้องกันผลกระทบจากรังสียูวีค่ะ
เป็นสิวควรงดกินอะไร?
สิวเป็นปัญหาสุขภาพผิวที่กวนใจ ใครที่เป็นสิวบ่อยๆ ควรใช้เป็นแนวทางในการปรับพฤติกรรมการกิน โดยแนะนำให้ลดหรือหลีกเลี่ยง:
- อาหารที่มีน้ำตาลสูงและของหวานจัด เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและเพิ่มการผลิตน้ำมันบนใบหน้า
- ผลิตภัณฑ์จากนมวัว (Dairy products) ในบางรายอาจกระตุ้นให้สิวเห่อได้
- อาหารแปรรูปและของทอดของมัน ที่ส่งผลต่อความสมดุลของฮอร์โมนและกระตุ้นการอักเสบในร่างกาย
สรุป
การดูแลสุขภาพผิวที่ดีที่สุดคือการดูแลแบบองค์รวม ทั้งจากการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างมะเขือเทศ ไม่ว่าจะเป็นสีแดงหรือสีขาว การพักผ่อนให้เพียงพอ การจัดการความเครียด และการปกป้องผิวจากแสงแดด โปรทริว่าเชื่อว่า ถ้าเราดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ผิวที่สวย สุขภาพดี และเปล่งปลั่งในเวอร์ชันที่ดีที่สุดของคุณ จะตามมาอย่างแน่นอนค่ะ








