คุณเคยสงสัยไหมคะว่า ทำไมเราพยายามบำรุงผิวสารพัดวิธี ทั้งทาครีมและหลบแดด แต่ผิวก็ยังดูหมองคล้ำและไม่สดใสเท่าที่ควร? นั่นเป็นเพราะในแต่ละวัน ผิวของเราต้องเผชิญกับมลภาวะและรังสี UV ที่คอยสร้างอนุมูลอิสระมาทำร้ายเกราะป้องกันผิวอยู่ตลอดเวลา การดูแลจากภายนอกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป แล้วจะดีแค่ไหนหากเรามีตัวช่วยจากธรรมชาติที่คอยสนับสนุนและดูแลผิวจากภายใน? วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับไอเทมลับที่กำลังเป็นกระแส อย่าง “มะเขือเทศสีขาว” ที่หลายคนยกให้เป็นเพื่อนแท้ของการดูแลผิวกันค่ะ
7 มะเขือเทศขาว สรรพคุณ น่ารู้ ไอเทมดูแลผิวใสแบบธรรมชาติ
หากพูดถึงสารสกัดธรรมชาติที่ช่วยส่งเสริมเรื่องความงาม มะเขือเทศขาว สรรพคุณ ถือเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการสุขภาพและสกินแคร์ เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นมิตรกับผิว เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า 7 สรรพคุณที่ทำให้สาวๆ หลายคนหลงรักนั้นมีอะไรบ้าง
1. อุดมไปด้วย ฟีโตอีน และ ฟีโตฟลูอีน (Phytoene & Phytofluene)
จุดเด่นที่ทำให้มะเขือเทศสีขาวแตกต่างจากมะเขือเทศทั่วไป คือสารแคโรทีนอยด์ชนิดไม่มีสี (Colorless Carotenoids) ที่ชื่อว่า ฟีโตอีนและฟีโตฟลูอีน เปรียบเสมือนร่มคันจิ๋วที่มองไม่เห็น คอยกางปกป้องเซลล์ผิวของเราจากการถูกคุกคามโดยอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของความร่วงโรยแห่งวัย
2. สนับสนุนการปกป้องผิวจากแสงแดด
รังสี UVA และ UVB เป็นตัวการที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ สารสกัดจากมะเขือเทศสีขาวมีส่วนช่วยในการดูดซับรังสี UV (1) ทำให้ผิวมีเกราะป้องกันตามธรรมชาติที่แข็งแรงขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงที่ผิวจะถูกแสงแดดทำร้ายจนเกิดรอยแดงหรือความหมองคล้ำ
3. ส่งเสริมให้ผิวดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
หลายคนกังวลเรื่องสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ การทานมะเขือเทศสีขาวจะช่วยดูแลและปรับสมดุลการทำงานของเซลล์ผิว (2) สนับสนุนให้ผิวพรรณดูสว่างใสและเปล่งปลั่งขึ้นจากภายใน สัมผัสได้ถึงผิวที่ดูสุขภาพดีและมีออร่า
4. ช่วยดูแลและลดเลือนจุดด่างดำ
รอยดำและฝ้ากระมักกวนใจเราอยู่เสมอ สารแคโรทีนอยด์ในมะเขือเทศสีขาวมีส่วนช่วยในการปรับสมดุลการสร้างเม็ดสีเมลานินให้ทำงานอย่างเหมาะสม ทำให้จุดด่างดำดูจางลง และช่วยบำรุงผิวให้ดูเรียบเนียนขึ้น
5. ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนในผิวก็เริ่มลดลง สารต้านอนุมูลอิสระในมะเขือเทศสีขาวเปรียบเสมือนช่างซ่อมบำรุงที่คอยดูแลโครงสร้างผิว ช่วยส่งเสริมความยืดหยุ่น ทำให้ริ้วรอยร่องตื้นดูตื้นขึ้นและชะลอสัญญาณแห่งวัย
6. เสริมสร้างความชุ่มชื้นให้เกราะป้องกันผิว
ผิวที่สวยคือผิวที่อิ่มน้ำ มะเขือเทศสีขาวยังมีส่วนช่วยในการกักเก็บความชุ่มชื้น สนับสนุนให้เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาผิวแห้งกร้านและลอกเป็นขุย
7. บำรุงสุขภาพแบบองค์รวม
นอกเหนือจากการดูแลเรื่องความงามแล้ว มะเขือเทศขาว สรรพคุณ ยังครอบคลุมไปถึงการส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เพราะเมื่อร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระที่เพียงพอ ระบบต่างๆ ภายในก็จะทำงานได้อย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ไขข้อข้องใจ มะเขือเทศสีขาว มีจริงไหม หรือแค่โฆษณา? (มะเขือเทศคริสตัล)
หลายคนที่มีคำถามในใจว่า มะเขือเทศสีขาว มี จริง ไหม ขอตอบตรงนี้เลยค่ะว่า “มีจริงอย่างแน่นอน” โดยสายพันธุ์ที่โด่งดังและนำมาใช้มากที่สุดมักถูกเรียกว่า มะเขือเทศ คริสตัล (Crystal Tomato) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นด้วยวิธีทางธรรมชาติ (Non-GMO) ทำให้ผลของมันไม่มีสีแดงเหมือนมะเขือเทศทั่วไป แต่กลับอัดแน่นไปด้วยสารแคโรทีนอยด์ชนิดไม่มีสีในปริมาณที่สูงมาก จึงเป็นที่นิยมในการนำมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อดูแลผิว
มะเขือเทศสีขาว แบบอาหารเสริม และ กลูต้ามะเขือเทศขาว ซื้อที่ไหนในไทย?
ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ การทานมะเขือเทศสดอาจไม่ตอบโจทย์ ปัจจุบันจึงมี มะเขือเทศสีขาว #อาหารเสริม ออกมาวางจำหน่ายมากมาย โดยเฉพาะสูตรที่ผสมผสานกับสารสกัดอื่นๆ อย่าง ก ลู ต้ามะเขือเทศขาว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผิวให้กระจ่างใส หากถามว่า มะเขือเทศ สี ขาว ซื้อ ที่ไหน และ มะเขือเทศ สี ขาว ใน ไทย หาซื้อยากไหม? คำตอบคือสามารถหาซื้อได้ง่ายมากตามร้านขายยาชั้นนำ คลินิกความงาม หรือช่องทางออนไลน์ของแบรนด์ที่เชื่อถือได้ ส่วน มะเขือเทศสีขาว ราคา ก็จะมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสารสกัดและนวัตกรรมของแต่ละแบรนด์ แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. เพื่อความมั่นใจในความปลอดภัยนะคะ
มะเขือเทศ ประโยชน์ และ โทษที่ควรรู้ ใครบ้างที่ควรระวัง?
แม้ว่ามะเขือเทศจะเป็นอาหารที่มีประโยชน์สูง แต่มะเขือเทศก็มีทั้งข้อดีและข้อควรระวัง เรามาดู มะเขือเทศ ประโยชน์ และ โทษ กันค่ะ
- มะเขือเทศบํารุงอะไร: อุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอ และไลโคปีน ช่วยส่งเสริมสุขภาพสายตา บำรุงผิวพรรณ และสนับสนุนระบบขับถ่าย
- คนท้องกินมะเขือเทศดีไหม: คนท้องสามารถทานมะเขือเทศสดในรูปแบบอาหารได้ตามปกติ เพราะมีโฟเลตและวิตามินที่ดีต่อครรภ์ แต่หากเป็นรูปแบบอาหารเสริมสกัดเข้มข้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนรับประทานเสมอ
- โรคอะไรไม่ควรกินมะเขือเทศ และ มะเขือเทศมีผลต่อไตไหม: ผู้ที่มีภาวะโรคไตเสื่อมระยะรุนแรงควรระมัดระวัง เนื่องจากมะเขือเทศมีโพแทสเซียมสูง ซึ่งไตที่ทำงานลดลงอาจไม่สามารถขับโพแทสเซียมส่วนเกินออกได้หมด นอกจากนี้ ผู้ที่มีภาวะกรดไหลย้อนอาจต้องจำกัดปริมาณการทาน เพราะความเป็นกรดในมะเขือเทศอาจกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกระคายเคืองได้
เคล็ดลับการทาน ไลโคปีน ควรกินกี่ mg ต่อวัน และควรกินคู่กับอะไร?
สำหรับใครที่เน้นทานมะเขือเทศสีแดงเพื่อรับสารไลโคปีน (Lycopene) คงมีคำถามว่าควรทานอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด
- ไลโคปีน ควรกินกี่ mg ต่อวัน: สำหรับการดูแลสุขภาพทั่วไป แนะนำให้อยู่ที่ประมาณ 10-30 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเพียงพอต่อการส่งเสริมสุขภาพและดูแลผิว
- ไลโคปีน กินคู่กับอะไร: เนื่องจากไลโคปีนเป็นสารที่ละลายได้ดีในไขมัน การทานคู่กับไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก อะโวคาโด หรือหลังมื้ออาหารที่มีไขมัน จะช่วยสนับสนุนให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้ดียิ่งขึ้น
- อาหารอะไรบ้างที่ไม่ควรกินคู่กัน? และ มะเขือเทศไม่ควรกินคู่กับอะไร: โดยทั่วไปมะเขือเทศสามารถทานร่วมกับอาหารอื่นได้อย่างปลอดภัย แต่หากคุณทานไลโคปีนในรูปแบบอาหารเสริม ควรหลีกเลี่ยงการทานพร้อมกับอาหารเสริมแคลเซียมหรือธาตุเหล็กในปริมาณสูงพร้อมๆ กันในมื้อเดียว เพราะอาจเกิดการแย่งกันดูดซึม แนะนำให้แบ่งเวลาทานเป็นคนละมื้อจะเหมาะสมและร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ที่สุดค่ะ
การดูแลสุขภาพและผิวพรรณด้วยสารสกัดจากธรรมชาติอย่างมะเขือเทศสีขาว ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ อย่างไรก็ตาม อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนให้เต็มที่ และทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผิวของคุณได้รับการดูแลอย่างสมดุลในทุกมิตินะคะ








