น้ำมันกระเทียม สรรพคุณ 9 อย่างที่มีประสิทธิภาพกว่าการทานสด

น้ำมันกระเทียม สรรพคุณ 9 อย่างที่มีประสิทธิภาพกว่าการทานสด-

สารบัญเนื้อหา

กระเทียม (Garlic) 

กระเทียมเป็นพืชที่ถูกใช้เป็นยาใน “การแพทย์ทางเลือก” มาราวๆ 3,000 ปี ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายตั้งแต่อารยธรรม จีน อียิปต์ บาบิโลนและโรมัน เนื่องจากมีการค้นพบว่าการกินกระเทียมสดสามารถรักษาโรคต่างๆได้หลายชนิดมาก จนกระทั่งในปัจจุบันมีการค้นพบว่ากระเทียมมีสารสำคัญมากมายหลายชนิดที่สามารถบำรุงร่างกายได้และเด่นในเรื่องการ “บำรุงหัวใจ” และเด่นในเรื่องของการ “ลดความดันโลหิต” นั่นเอง

น้ำมันกระเทียม สรรพคุณ 9 อย่างที่มีประสิทธิภาพกว่าการทานสด-

น้ำมันกระเทียม สรรพคุณ 9 อย่าง ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการทานสด!

ส่วนใหญ่แล้วน้ำมันกระเทียม สรรพคุณ 9 อย่างนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสารอัลลิซิน ( Allicin ) ซึ่งเป็นสารสำคัญที่มีอยู่ในกระเทียม แต่ไม่ใช่ว่าการกินกระเทียมสดเป็นประจำจะทำให้ได้สารนี้นะ เพราะว่า สารอัลลิซิน จะเกิดขึ้นได้ ต้องผ่านการ ทุบ หรือ สับ ก่อน ถ้าจะกินกระเทียมเป็นกลีบสดๆต่อวัน คงจะต้องทุบ หรือ เคี้ยวก่อนกลืน แต่ด้วยกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์สุดๆ คงจะไม่ตอบโจทย์หลายๆคนเท่าไหร่ แต่ถ้าสามารถที่จะกินกระเทียมได้ทุกวันโดยที่ทนกลิ่นได้ก็จะดีมากๆเลย (แต่ไม่ควรกินเยอะเกินไป อะไรที่เยอะเกินไปไม่เคยส่งผลดี) แต่ถ้าทนกลิ่นไม่ไหว กินกระเทียมจากอาหารที่มีกระเทียมเป็นส่วนผสมอย่างส้มตำก็ได้ หรือ ไม่ไหวก็ น้ำมันกระเทียมสกัดเย็นแบบแคปซูล เพราะไม่มีกลิ่น ทานง่าย

1.เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

น้ำมันกระเทียมช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้โดยสารที่ชื่อว่าอัลลิซิน (Allicin) โดยอัลลิซิน (Allicin) ในน้ำมันกระเทียม จะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเม็ดเลือดขาวเหล่านี้จะทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา

นอกจากนี้ สารอัลลิซินยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยลดการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคข้ออักเสบ

ดังนั้น การรับประทานน้ำมันกระเทียมเป็นประจำ จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับโรคต่างๆ ได้ดีขึ้น

2.ลดความดันโลหิต

ในกระเทียมมีสารที่ชื่อว่า อัลลิซิน (Allicin) ซึ่งสารอิลลิซินนี้มีส่วนช่วยให้กล้ามเนื้อหลอดคลายตัว ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวได้ดีขึ้น เพิ่มการไหลเวียนของและยังช่วยลดวามดันโลหิตได้อีกด้วย และน้ำมันกระเทียมยังเป็นตัวช่วยขับโซเดียมส่วนเกินในร่างกายในออกมาพร้อมกับปัสสาวะช่วยลดความดันโลหิตได้อีกทางนึงอีกต่างหาก แถมน้ำมันกระเทียมจะช่วยลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ช่วยป้องกันการเกิดลิ่มเลือดได้อีกด้วย 

น้ำมันกระเทียมช่วยกระตุ้นการผลิตไนตริกออกไซด์ (Nitric oxide) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยขยายหลอดเลือด

การศึกษาทางคลินิกหลายแห่งพบว่าน้ำมันกระเทียม สรรพคุณในการลดความดันโลหิต โดยการศึกษาหนึ่งพบว่า ผู้ที่ทานน้ำมันกระเทียมวันละ 600 มิลลิกรัม เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ความดันโลหิตตัวบน (systolic blood pressure) ลดลง 8.4 มิลลิเมตรปรอท และความดันโลหิตตัวล่าง (diastolic blood pressure) ลดลง 5.5 มิลลิเมตรปรอท

3.ลดระดับคอเลสเตอรอล

น้ำมันกระเทียมเปี่ยมด้วยคุณประโยชน์ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย กลไกหลักๆ ประกอบด้วย การเพิ่มระดับ HDL (ไขมันดี) ที่ทำหน้าที่ขนส่งคอเลสเตอรอลออกจากร่างกาย ควบคู่ไปกับการลดระดับ LDL (ไขมันเลว) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจและหลอดเลือด

น้ำมันกระเทียมยังช่วยลดการสะสมของไขมันในหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนของเลือด และต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันเซลล์จากความเสียหาย

จากงานวิจัย พบว่าผู้ที่ทานน้ำมันกระเทียมวันละ 600-1,200 มิลลิกรัม เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ระดับ LDL ลดลง 10-15% และระดับ HDL เพิ่มขึ้น 10-15%

4.บำรุงหัวใจ

จากข้อที่แล้วที่บอกว่าน้ำมันกระเทียมมีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลด้วยการเพิ่มระดับไขมันดี ( HDL) และลดไขมันเลว (LDL) การมีไขมันดีเพิ่มและไขมันเลวลดลงส่งผลดีกับหลอดเลือดในร่างกาย และและการที่หลอดเลือดทำงานได้ดีก็ส่งผลต่อหัวใจโดยตรงอีกด้วย และน้ำมันกระเทียมยังช่วยขยายหลอดเลือด ลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ง่ายยิ่งขึ้น ช่วยลดความดัน ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตันได้อีกด้วย และน้ำมันกระเทียมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบ ในร่างกายอีกด้วย

การศึกษาทางคลินิกหลายแห่ง พบว่า น้ำมันกระเทียมมีประสิทธิภาพในการบำรุงหัวใจ โดยการศึกษาหนึ่ง พบว่า ผู้ที่ทานน้ำมันกระเทียมวันละ 600 มิลลิกรัม เป็นเวลา 12 สัปดาห์ มีโอกาสเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดน้อยลง 25%

นอกจากนี้ น้ำมันกระเทียม สรรพคุณอื่นๆ ที่ดีต่อร่างกาย เช่น เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ต้านมะเร็ง แก้หวัด บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ บำรุงผิวพรรณ แก้ปัญหาผมร่วง

5.ป้องกันโรคมะเร็ง

สารอัลลิซิน (Allicin) ในน้ำมันกระเทียมนั้นเต็มไปด้วยประโยชน์มากมายและยังสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้หลายชนิดมากๆ และสารอัลลิซินยังกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งตาย โดยไม่ส่งผลต่อเซลล์อื่นๆในร่างกายอีกด้วยนอกจากสารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันกระเทียมยังช่วยลดการอักเสบช่วยให้ร่างกายสู้กับเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้นอีกด้วย 

การศึกษาทางคลินิกหลายแห่ง พบว่า น้ำมันกระเทียมมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็ง โดยการศึกษาหนึ่ง พบว่า ผู้ที่ทานน้ำมันกระเทียมวันละ 600 มิลลิกรัม เป็นเวลา 12 สัปดาห์ มีโอกาสเกิดโรคมะเร็งปอดน้อยลง 30%

6.บรรเทาอาการหวัด

ยังอยู่กับพระเอกของเรา อัลลิซิน (Allicin) อัลลิซินมีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสได้หลากหลายสายพันธุ์  รวมถึงไวรัสไข้หวัดใหญ่ก็เช่นกัน นอกจากสารอัลลิซินในน้ำมันกระเทียมจะช่วยต้านไวรัสหลายสายพันธุ์แล้ว ยังช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันเร่งสร้างเม็ดเลือดขาวเพื่อสู้กับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายได้อีกด้วย และน้ำมันกระเทียมยังลดการอักเสบในลำคอ ขับเสมหะ ช่วยให้อาการหวัดดีขึ้นได้อีกด้วย

7.แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ

น้ำมันกระเทียมช่วยทำให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้น และยังขับลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้ดี และยังทำให้รู้สึกสบายท้องอีกด้วย นอกจากนี้น้ำมันกระเทียมยังมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ไม่ดีในลำไส้ ซึ้งอาจเป็นสาเหตุของการเกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้อีกด้วย

8.บำรุงผิวพรรณ

ในน้ำมันกระเทียมมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมากๆ ทำให้น้ำมันกระเทียมมีส่วนช่วยลดริ้วรอย ชะลอวัย และลดความหมองคล้ำต่างๆตามร่างกายได้อีกด้วย นอกจากนี้น้ำมันกระเทียมยังมีสารที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวเต่งตึง ยึดหยุ่น และดูอ่อนวัยได้อีกด้วย และด้วยคุณสมบัติต้านการอักเสบและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย น้ำมันกระเทียมจึงช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง บรรเทาอาการสิว หรือ อาการแพ้ต่างๆได้ดีอีกด้วย 

น้ำมันกระเทียมช่วยบำรุงผิวพรรณได้หลายประการ ดังนี้

9.แก้ปัญหาผมร่วง

น้ำมันกระเทียมมีส่วนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่ถูกส่งยังไปศรีษะ ทำให้รากผมได้รับสารอาหารและออกซิเจนมากขึ้น ทำให้ผมร่วงน้อยลงนั่นเอง และด้วยฤทธิ์ต้านเชื้อรา น้ำมันกระเทียมเลยช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราบนหนังศรีษะที่อาจเป็นสาเหตุของปัญหาผมร่วงได้ และที่สำคัญ น้ำมันกระเทียมมีส่วนช่วยกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผมอีกด้วย

สรุป

ในบทความน้ำมันกระเทียม สรรพคุณ 9 อย่างที่กล่ามมา ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย และคุณสมบัติต้านเชื้อโรคเชื้อราต่างๆ ถ้าการไหลเวียนของเลือดดี ร่างกายก็ดีตามไปด้วย ถ้าเลือดในร่างกายใหลเวียนไม่ดี ร่างกายก็แย่ตามไปด้วย เช่น หัวใจเต้นผิดปกติ หายใจลำบาก เหนื่อยง่าย ท้องอืดบ่อยๆ เพราะย่อยอาหารได้ช้า แถมยังท้องผูกได้ง่าย เพราะลำไส้ขาดเลือดทำให้ลำไส้ทำงานได้ช้าลง นอกจากนี้ยังส่งผลให้รู้สึกเหนื่อยล้า เกิดอาการชาบ่อยๆ และที่สำคัญ ทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

แถม น้ำมันกระเทียม กินตอนไหนดี ?

น้ำมันกระเทียมหลักๆสามารถกินได้ 2 ช่วงเวลา คือ ก่อนอาหาร 30 นาที หรือหลังมื้ออาหาร 15-30 นาที เพราะว่าน้ำมันกระเทียมมีสารประกอบที่กระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพราะอาหาร ถ้ากินตอนท้องว่างๆ อาจระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ อาการอาจแตกต่างกันไป อาจแสบร้อนกลางอก คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด และท้องเสียได้เลย 

และอีกอย่างการกินน้ำมันกระเทียมก่อนหรือหลังอาหาร 15-30 นาที จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมอาหาร ลดความดัน ลดไขมัน ช่วยการระคายเคืองกระเพราะอาหาร ช่วยอาหารอีกด้วย

กระเทียม (Garlic) 

กระเทียมเป็นพืชที่ถูกใช้เป็นยาใน “การแพทย์ทางเลือก” มาราวๆ 3,000 ปี ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายตั้งแต่อารยธรรม จีน อียิปต์ บาบิโลนและโรมัน เนื่องจากมีการค้นพบว่าการกินกระเทียมสดสามารถรักษาโรคต่างๆได้หลายชนิดมาก จนกระทั่งในปัจจุบันมีการค้นพบว่ากระเทียมมีสารสำคัญมากมายหลายชนิดที่สามารถบำรุงร่างกายได้และเด่นในเรื่องการ “บำรุงหัวใจ” และเด่นในเรื่องของการ “ลดความดันโลหิต” นั่นเอง

น้ำมันกระเทียม สรรพคุณ 9 อย่างที่มีประสิทธิภาพกว่าการทานสด-

น้ำมันกระเทียม สรรพคุณ 9 อย่าง ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการทานสด!

ส่วนใหญ่แล้วน้ำมันกระเทียม สรรพคุณ 9 อย่างนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสารอัลลิซิน ( Allicin ) ซึ่งเป็นสารสำคัญที่มีอยู่ในกระเทียม แต่ไม่ใช่ว่าการกินกระเทียมสดเป็นประจำจะทำให้ได้สารนี้นะ เพราะว่า สารอัลลิซิน จะเกิดขึ้นได้ ต้องผ่านการ ทุบ หรือ สับ ก่อน ถ้าจะกินกระเทียมเป็นกลีบสดๆต่อวัน คงจะต้องทุบ หรือ เคี้ยวก่อนกลืน แต่ด้วยกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์สุดๆ คงจะไม่ตอบโจทย์หลายๆคนเท่าไหร่ แต่ถ้าสามารถที่จะกินกระเทียมได้ทุกวันโดยที่ทนกลิ่นได้ก็จะดีมากๆเลย (แต่ไม่ควรกินเยอะเกินไป อะไรที่เยอะเกินไปไม่เคยส่งผลดี) แต่ถ้าทนกลิ่นไม่ไหว กินกระเทียมจากอาหารที่มีกระเทียมเป็นส่วนผสมอย่างส้มตำก็ได้ หรือ ไม่ไหวก็ น้ำมันกระเทียมสกัดเย็นแบบแคปซูล เพราะไม่มีกลิ่น ทานง่าย

1.เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

น้ำมันกระเทียมช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้โดยสารที่ชื่อว่าอัลลิซิน (Allicin) โดยอัลลิซิน (Allicin) ในน้ำมันกระเทียม จะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเม็ดเลือดขาวเหล่านี้จะทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา

นอกจากนี้ สารอัลลิซินยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยลดการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคข้ออักเสบ

ดังนั้น การรับประทานน้ำมันกระเทียมเป็นประจำ จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับโรคต่างๆ ได้ดีขึ้น

2.ลดความดันโลหิต

ในกระเทียมมีสารที่ชื่อว่า อัลลิซิน (Allicin) ซึ่งสารอิลลิซินนี้มีส่วนช่วยให้กล้ามเนื้อหลอดคลายตัว ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวได้ดีขึ้น เพิ่มการไหลเวียนของและยังช่วยลดวามดันโลหิตได้อีกด้วย และน้ำมันกระเทียมยังเป็นตัวช่วยขับโซเดียมส่วนเกินในร่างกายในออกมาพร้อมกับปัสสาวะช่วยลดความดันโลหิตได้อีกทางนึงอีกต่างหาก แถมน้ำมันกระเทียมจะช่วยลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ช่วยป้องกันการเกิดลิ่มเลือดได้อีกด้วย 

น้ำมันกระเทียมช่วยกระตุ้นการผลิตไนตริกออกไซด์ (Nitric oxide) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยขยายหลอดเลือด

การศึกษาทางคลินิกหลายแห่งพบว่าน้ำมันกระเทียม สรรพคุณในการลดความดันโลหิต โดยการศึกษาหนึ่งพบว่า ผู้ที่ทานน้ำมันกระเทียมวันละ 600 มิลลิกรัม เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ความดันโลหิตตัวบน (systolic blood pressure) ลดลง 8.4 มิลลิเมตรปรอท และความดันโลหิตตัวล่าง (diastolic blood pressure) ลดลง 5.5 มิลลิเมตรปรอท

3.ลดระดับคอเลสเตอรอล

น้ำมันกระเทียมเปี่ยมด้วยคุณประโยชน์ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย กลไกหลักๆ ประกอบด้วย การเพิ่มระดับ HDL (ไขมันดี) ที่ทำหน้าที่ขนส่งคอเลสเตอรอลออกจากร่างกาย ควบคู่ไปกับการลดระดับ LDL (ไขมันเลว) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจและหลอดเลือด

น้ำมันกระเทียมยังช่วยลดการสะสมของไขมันในหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนของเลือด และต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันเซลล์จากความเสียหาย

จากงานวิจัย พบว่าผู้ที่ทานน้ำมันกระเทียมวันละ 600-1,200 มิลลิกรัม เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ระดับ LDL ลดลง 10-15% และระดับ HDL เพิ่มขึ้น 10-15%

4.บำรุงหัวใจ

จากข้อที่แล้วที่บอกว่าน้ำมันกระเทียมมีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลด้วยการเพิ่มระดับไขมันดี ( HDL) และลดไขมันเลว (LDL) การมีไขมันดีเพิ่มและไขมันเลวลดลงส่งผลดีกับหลอดเลือดในร่างกาย และและการที่หลอดเลือดทำงานได้ดีก็ส่งผลต่อหัวใจโดยตรงอีกด้วย และน้ำมันกระเทียมยังช่วยขยายหลอดเลือด ลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ง่ายยิ่งขึ้น ช่วยลดความดัน ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตันได้อีกด้วย และน้ำมันกระเทียมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบ ในร่างกายอีกด้วย

การศึกษาทางคลินิกหลายแห่ง พบว่า น้ำมันกระเทียมมีประสิทธิภาพในการบำรุงหัวใจ โดยการศึกษาหนึ่ง พบว่า ผู้ที่ทานน้ำมันกระเทียมวันละ 600 มิลลิกรัม เป็นเวลา 12 สัปดาห์ มีโอกาสเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดน้อยลง 25%

นอกจากนี้ น้ำมันกระเทียม สรรพคุณอื่นๆ ที่ดีต่อร่างกาย เช่น เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ต้านมะเร็ง แก้หวัด บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ บำรุงผิวพรรณ แก้ปัญหาผมร่วง

5.ป้องกันโรคมะเร็ง

สารอัลลิซิน (Allicin) ในน้ำมันกระเทียมนั้นเต็มไปด้วยประโยชน์มากมายและยังสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้หลายชนิดมากๆ และสารอัลลิซินยังกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งตาย โดยไม่ส่งผลต่อเซลล์อื่นๆในร่างกายอีกด้วยนอกจากสารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันกระเทียมยังช่วยลดการอักเสบช่วยให้ร่างกายสู้กับเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้นอีกด้วย 

การศึกษาทางคลินิกหลายแห่ง พบว่า น้ำมันกระเทียมมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็ง โดยการศึกษาหนึ่ง พบว่า ผู้ที่ทานน้ำมันกระเทียมวันละ 600 มิลลิกรัม เป็นเวลา 12 สัปดาห์ มีโอกาสเกิดโรคมะเร็งปอดน้อยลง 30%

6.บรรเทาอาการหวัด

ยังอยู่กับพระเอกของเรา อัลลิซิน (Allicin) อัลลิซินมีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสได้หลากหลายสายพันธุ์  รวมถึงไวรัสไข้หวัดใหญ่ก็เช่นกัน นอกจากสารอัลลิซินในน้ำมันกระเทียมจะช่วยต้านไวรัสหลายสายพันธุ์แล้ว ยังช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันเร่งสร้างเม็ดเลือดขาวเพื่อสู้กับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายได้อีกด้วย และน้ำมันกระเทียมยังลดการอักเสบในลำคอ ขับเสมหะ ช่วยให้อาการหวัดดีขึ้นได้อีกด้วย

7.แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ

น้ำมันกระเทียมช่วยทำให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้น และยังขับลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้ดี และยังทำให้รู้สึกสบายท้องอีกด้วย นอกจากนี้น้ำมันกระเทียมยังมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ไม่ดีในลำไส้ ซึ้งอาจเป็นสาเหตุของการเกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้อีกด้วย

8.บำรุงผิวพรรณ

ในน้ำมันกระเทียมมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมากๆ ทำให้น้ำมันกระเทียมมีส่วนช่วยลดริ้วรอย ชะลอวัย และลดความหมองคล้ำต่างๆตามร่างกายได้อีกด้วย นอกจากนี้น้ำมันกระเทียมยังมีสารที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวเต่งตึง ยึดหยุ่น และดูอ่อนวัยได้อีกด้วย และด้วยคุณสมบัติต้านการอักเสบและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย น้ำมันกระเทียมจึงช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง บรรเทาอาการสิว หรือ อาการแพ้ต่างๆได้ดีอีกด้วย 

น้ำมันกระเทียมช่วยบำรุงผิวพรรณได้หลายประการ ดังนี้

9.แก้ปัญหาผมร่วง

น้ำมันกระเทียมมีส่วนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่ถูกส่งยังไปศรีษะ ทำให้รากผมได้รับสารอาหารและออกซิเจนมากขึ้น ทำให้ผมร่วงน้อยลงนั่นเอง และด้วยฤทธิ์ต้านเชื้อรา น้ำมันกระเทียมเลยช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราบนหนังศรีษะที่อาจเป็นสาเหตุของปัญหาผมร่วงได้ และที่สำคัญ น้ำมันกระเทียมมีส่วนช่วยกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผมอีกด้วย

สรุป

ในบทความน้ำมันกระเทียม สรรพคุณ 9 อย่างที่กล่ามมา ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย และคุณสมบัติต้านเชื้อโรคเชื้อราต่างๆ ถ้าการไหลเวียนของเลือดดี ร่างกายก็ดีตามไปด้วย ถ้าเลือดในร่างกายใหลเวียนไม่ดี ร่างกายก็แย่ตามไปด้วย เช่น หัวใจเต้นผิดปกติ หายใจลำบาก เหนื่อยง่าย ท้องอืดบ่อยๆ เพราะย่อยอาหารได้ช้า แถมยังท้องผูกได้ง่าย เพราะลำไส้ขาดเลือดทำให้ลำไส้ทำงานได้ช้าลง นอกจากนี้ยังส่งผลให้รู้สึกเหนื่อยล้า เกิดอาการชาบ่อยๆ และที่สำคัญ ทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

แถม น้ำมันกระเทียม กินตอนไหนดี ?

น้ำมันกระเทียมหลักๆสามารถกินได้ 2 ช่วงเวลา คือ ก่อนอาหาร 30 นาที หรือหลังมื้ออาหาร 15-30 นาที เพราะว่าน้ำมันกระเทียมมีสารประกอบที่กระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพราะอาหาร ถ้ากินตอนท้องว่างๆ อาจระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ อาการอาจแตกต่างกันไป อาจแสบร้อนกลางอก คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด และท้องเสียได้เลย 

และอีกอย่างการกินน้ำมันกระเทียมก่อนหรือหลังอาหาร 15-30 นาที จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมอาหาร ลดความดัน ลดไขมัน ช่วยการระคายเคืองกระเพราะอาหาร ช่วยอาหารอีกด้วย

คอมเมนต์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

บทความใกล้เคียง

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ