ปวดหัวเข่าข้างขวา จี๊ดๆ เกิดจากอะไร ทำไมเกิดขึ้นได้กับทุกวัย

ปวดหัวเข่าข้างขวา จี๊ดๆ เกิดจากอะไร ทำไมเกิดขึ้นได้กับทุกวัย

สารบัญเนื้อหา

ปวดหัวเข่าเป็นอาการที่พบได้บ่อยในประชากรทั่วไป ซึ่งอาจมีหลายสาเหตุที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) หรืออาการเสียหายของเนื้อเยื่อที่รอบข้อเข่า เช่น หมอนรองเข่า (Meniscus) และเอ็นยึดข้อ (Ligament) นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ เช่น การกระทบหรือบาดเจ็บที่ข้อเข่า การทำงานหรือการออกกำลังกายที่หนักเกินไป หรืออาการเท้าแพลงหรือบาดเจ็บที่ข้อเท่า ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอาการปวดหัวเข่าได้
ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่าอาการปวดหัวเข่าที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากอะไร รวมถึงวิธีที่สามารถช่วยบรรเทาอาการและป้องกันได้

ปวดหัวเข่าข้างขวา จี๊ดๆ เกิดจากอะไร

ปวดหัวเข่าข้างขวา จี๊ดๆ เกิดจากอะไร

อาการปวดหัวเข่าข้างขวา จี๊ดๆ เกิดได้จากหลายสาเหตุที่ไม่แน่ชัด แตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล ทั้งคนที่มีอายุเยอะ อาจจะเป็นอีกอาการ คนน้ำหนักเยอะ ก็อาจจะเป็นอีกอาการ รวมถึงคนที่ไม่ได้อายุเยอะอะไรแต่ อาจมีการออกกำลังกายหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ใช้งานข้อเข่าหนักๆ ก็อาจทำให้เกิดอาการเจ็บจี๊ดๆนี้ได้ เราจะมาหาคำตอบกันในบทความนี้ ว่าอาการที่คุณเป็นอยู่เกิดจากอะไรกันแน่ และถ้าคุณเข้าข่ายอาการไหน หรือ มีอาการ ให้หมอตรวจแล้ว สรุปว่าเป็นอะไรกันแน่ มาเม้นแชร์กันเพื่อเป็นข้อมูลให้คนที่กำลังเป็นอาการนี้อยู่ ได้แนวรู้ถึงสาเหตุ และ ทราบวิธีรักษาอาการให้ดีขึ้น

1.ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis)

ข้อเข่าเสื่อม หรือ Osteoarthritis (OA) คือ โรคที่พบบ่อยและเป็นสภาวะที่ทำให้ข้อต่อสึกหรอ โดยเฉพาะที่ข้อเข่า และมักจะเกิดขึ้นในผู้ที่อายุมาก แต่ก็สามารถเกิดขึ้นในคนที่อายุน้อยๆ เช่นกัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือทำงานที่ทำให้ข้อต่อเกิดการโหลดน้ำหนักเกิน.
ข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการสึกหรอของกระดูกอ่อน (cartilage) ซึ่งทำหน้าที่เป็นรอยปรับที่ช่วยลดแรงกระแทกในข้อต่อ เมื่อกระดูกอ่อนนี้สึกหรอ กระดูกที่อยู่ใต้กระดูกอ่อนจะถูกแรงกระแทกต่อเนื่องทำให้เกิดการสึกหรอ

ข้อเข่าเสื่อม หรือ Osteoarthritis (OA) คือ โรคที่พบบ่อยและเป็นสภาวะที่ทำให้ข้อต่อสึกหรอ โดยเฉพาะที่ข้อเข่า และมักจะเกิดขึ้นในผู้ที่อายุมาก แต่ก็สามารถเกิดขึ้นในคนที่อายุน้อยๆ เช่นกัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือทำงานที่ทำให้ข้อต่อเกิดการโหลดน้ำหนักเกิน.
ข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการสึกหรอของกระดูกอ่อน (cartilage) ซึ่งทำหน้าที่เป็นรอยปรับที่ช่วยลดแรงกระแทกในข้อต่อ เมื่อกระดูกอ่อนนี้สึกหรอ กระดูกที่อยู่ใต้กระดูกอ่อนจะถูกแรงกระแทกต่อเนื่องทำให้เกิดการสึกหรอ

อาการของข้อเข่าเสื่อม

  • ปวดข้อ
  • เดินขึ้นลงบรรไดลำบาก
  • ข้อเข่าแดง หรือ อ่อนแรง
  • เจ็บจี๊ดๆที่ข้อเข่า

2.โรคเก๊าท์ (Gout)

โรคเก๊าท์ (Gout) เกิดจากการสะสมของกรดยูริกในเลือดซึ่งจะสะสมและสร้างเป็นทรายหรือนิ่วในข้อต่อ ทำให้เกิดอาการอักเสบที่รุนแรง เจ็บปวด และแดง มักจะเริ่มต้นที่ข้อเท้าแต่ก็สามารถเกิดที่ข้อต่ออื่นๆได้ เช่น ข้อเข่า ข้อนิ้วมือ และข้อนิ้วเท้า
สาเหตุหลักของนิ่วข้อเข่าเกิดจากการมีกรดยูริกในเลือดสูงเกินไป กรดยูริกเป็นสารที่เกิดจากการสลายของสารประเภทพิวรีนในเลือด หากมีการสร้างกรดยูริกเกินมาก หรือร่างกายไม่สามารถขับเสียออกจากร่างกายได้ กรดยูริกจะสะสมอยู่ในเลือดและสร้างเป็นทรายหรือนิ่ว
อาการสำคัญของนิ่วข้อ คือ ปวดข้อและอักเสบที่รุนแรง ข้อต่อที่เป็นโรคจะมีอาการปวดรุนแรงอย่างเฉียบพลัน ส่วนใหญ่จะเป็นในตอนกลางคืนหรือตอนเช้า ข้อต่อนั้นจะมีรูปร่างที่เปลี่ยนไป แดง ร้อน และอ่อนแรง อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่จะดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่นิ่วข้อเข่ามักจะกลับมาซ้ำ และอาจทำให้ข้อต่อเสื่อมได้ในระยะยาว
การรักษานิ่วข้อมักจะผ่านการใช้ยาเพื่อควบคุมอาการอักเสบและปวด และยาเพื่อลดระดับกรดยูริกในเลือด รวมถึงการปรับเปลี่ยนสไตล์การดำรงชีวิต เช่น การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับปกติ ลดการบริโภคอาหารที่มีปริมาณพพิวรีนสูง และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์

3.การทำงานหรือการออกกำลังกายที่หนักเกินไป

การทำงานหรือการออกกำลังกายที่หนักเกินไปเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพและอาจทำให้เกิดบาดเจ็บหรือทำให้ข้อต่อสึกหรอ ทำงานหนักและออกกำลังกายหนักอาจทำให้กล้ามเนื้อโยงข้อต่อได้รับการกระตุ้นและอาจทำให้เกิดการอักเสบหรือบาดเจ็บ การฝึกที่เหนื่อยเกินไป หรือการทำงานที่ใช้แรงอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดการสึกหรอของกระดูกอ่อน ซึ่งจะทำให้เกิดปวดข้อ เช่น ปวดเข่า
การวางแผนการออกกำลังกายอย่างรอบคอบและสมดุลจึงเป็นสิ่งสำคัญ เช่น การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการออกกำลังกาย การออกกำลังกายอย่างถูกวิธี และการให้กล้ามเนื้อและข้อต่อได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ
มีทางเลือกการออกกำลังกายที่ทำให้ข้อต่อแข็งแรงโดยไม่ทำให้ข้อต่อเกิดการสึกหรอ เช่น การเดิน การว่ายน้ำ หรือกายภาพบำบัด (Physical Therapy) ที่จะช่วยในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อ เพื่อช่วยลดแรงกดที่ข้อต่อและลดการสึกหรอกระดูกอ่อน

4.การกระทบหรือบาดเจ็บ

การกระทบหรือบาดเจ็บที่เกิดขึ้นที่ข้อเข่าอาจเป็นผลจากการชนหรือการกระแทกของวัตถุต่อข้อเข่า ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์หลายๆ สาเหตุ เช่น:

  1. อุบัติเหตุ
  2. กีฬาและกิจกรรมที่เป็นอันตราย
  3. การทำงานที่เกี่ยวข้องกับข้อเข่า
  4. การกระทำที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ยืดเหยียดตัวแบบไม่ระวัง

อาการหรือผลกระทบจากการกระทบหรือบาดเจ็บที่ข้อเข่าอาจแตกต่างกันไป รวมถึงอาจมีการบาดเจ็บที่เนื้อเยื่อที่รอบข้อเข่าด้วย เช่น บาทเจ็บที่เอ็นยึดข้อ (Ligament) หรือการทำให้กระดูกอ่อน (Cartilage) เสียหาย อาจมีอาการปวด เกิดบวม หรือจำกัดการเคลื่อนไหวของข้อเข่า

5.หมอนรองเข่าอักเสบ (Meniscal Tear)

หมอนรองเข่าอักเสบ (Meniscal Tear) เกิดขึ้นเมื่อมีการฉีกขาดหรือแตกหักในเส้นเอ็นที่อยู่รอบๆ ข้อเข่า ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ปกป้องและช่วยให้ข้อเข่าสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น หน้าที่หลักของเส้นเอ็นคือช่วยลดแรงกระแทกที่เกิดขึ้นในข้อเข่าในขณะที่เคลื่อนไหว
สาเหตุที่เส้นเอ็นหัวเข่าเกิดการฉีกขาด อาจเกิดขึ้นได้จากการกระทบแรงหรือเหตุผลอื่นที่ทำให้เส้นเอ็นได้รับแรงกระแทกที่เข้าข้างของข้อเข่า อาการที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของการฉีกขาดหรือการแตกหัก

ปวดเข่าหายเองได้ไหม

อาการปวดเข่าอาจหายเองได้ในบางกรณี ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ ถ้าเป็นอาการปวดเข่าที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมที่ใช้เข่ามากหรือเคลื่อนไหวเข่าในท่าที่ไม่ถูกต้อง อาการอาจดีขึ้นเมื่อคุณพักผ่อนหรือลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดอาการปวด
แต่หากอาการปวดเข่าไม่ดีขึ้นหรือไม่หายไปในระยะเวลาที่เหมาะสม ควรพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม อาจจำเป็นต้องใช้การรักษาอื่นๆ เช่น การทำกายภาพบำบัด การใช้ยารักษา หรือแม้กระทั่งการรักษาทางศัลยกรรม ที่สอดคล้องกับสาเหตุและความรุนแรงของอาการของคุณ

ทำยังไงให้หายปวดหัวจี๊ดๆ

จาก 5 ข้อที่กล่าวมา วิธีการเหล่านี้อาจมีช่วยช่วยบรรเทาให้อาการดีขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ เพื่อการรักษาที่ถูกต้องและปลอดภัย คุณควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม
เบื้องต้นสามารถใช้วิธีเหล่านี้ช่วยบรรเทาอาการปวดเข่าได้:

  1. ลดกิจกรรมใช้เข่า
  2. การประคบเย็น
  3. การใช้ยารักษาอาการปวด เช่น ยาพาราเซตามอล
  4. ทานคอลลาเจน หรือ ทานอาหารที่ช่วยลดการอักเสบ เช่น ตะไคร้ , กระชาย , งา เป็นต้น

ปวดหัวเข่า ควรทานอะไร

  • น้ำมันปลา
  • ผักตระกูลกะหล่ำ
  • ชาเขียว
  • งา

ปวดหัวเข่า ไม่ควรทานอะไร

  • น้ำตาล
  • ขนมปัง
  • พาสต้า
  • ธัญพืชขัดสี

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

  • ชาที่เข่า
  • เข่าบวม
  • ยืดงอเข่าไม่ได้
  • เข่ามีรูปร่างผิดปกติ
  • ปวดเข่าและมีไข้

ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ เพิ่มหลังจาก ปวดหัวเข่าข้างขวา จี๊ดๆ แนะนำให้รีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกวิธีในทันที เพราะถ้าปล่อยไว้อาจเกิดอันตรายร้ายแรงที่ตามมาได้

สรุป

อาการปวดหัวเข่าข้างขวา จี๊ดๆ หรือจะปวดหัวเข่าข้างซ้าย นั้น สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ และ สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย ถ้าอายุไม่ได้เยอะมาก อาจจะเจ็บจากการออกกำลังกาย หรือ พฤติกรรมที่ทำให้เข่าเกิดการอักเสบทั่วๆไป ปฐพยาบาลไม่เยอะก็หายได้ แต่ถ้าเกิดมีอายุ และเป็นเพศหญิง อาจทำให้เกิดอาการข้อเข่าเสื่อมได้ เพราะผู้หญิงจะมีสมรรถภาพกล้ามเนื้อ ด้อยกว่าผู้ชาย จึงทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อต่างๆและข้อต่อได้ง่ายกว่าผู้ชาย แต่นอกจากเพศสภาพแล้ว การที่มีน้ำหนักเยอะและมีพฤติกรรมทานของที่ทำลายข้อเข่าบ่อยๆ ไม่ว่าเพศไหนอายุเท่าไหร่ ก็สามารถเกิดอาการนี้ได้ ฉนั้นควรปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต และ พฤติกรรมการกิน เพื่อถนอมข้อเข่า ให้สามารถใช้งานได้ดีอยู่ตลอด แม้อายุจะเริ่มเพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม ไม่จำเป็นต้องอายุเยอะแล้วค่อยดูแลตัว สามารถดูแลตัวเองได้ทุกช่วงอายุ เพราะถ้ารอแต่อายุเยอะแล้วค่อยดูแล ข้อเข่าอาจจะพังจนเกินจะเยียวยา ด้วยความปราถนาดีจาก โปรทริว่า อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ

ปวดหัวเข่าเป็นอาการที่พบได้บ่อยในประชากรทั่วไป ซึ่งอาจมีหลายสาเหตุที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) หรืออาการเสียหายของเนื้อเยื่อที่รอบข้อเข่า เช่น หมอนรองเข่า (Meniscus) และเอ็นยึดข้อ (Ligament) นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ เช่น การกระทบหรือบาดเจ็บที่ข้อเข่า การทำงานหรือการออกกำลังกายที่หนักเกินไป หรืออาการเท้าแพลงหรือบาดเจ็บที่ข้อเท่า ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอาการปวดหัวเข่าได้
ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่าอาการปวดหัวเข่าที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากอะไร รวมถึงวิธีที่สามารถช่วยบรรเทาอาการและป้องกันได้

ปวดหัวเข่าข้างขวา จี๊ดๆ เกิดจากอะไร

ปวดหัวเข่าข้างขวา จี๊ดๆ เกิดจากอะไร

อาการปวดหัวเข่าข้างขวา จี๊ดๆ เกิดได้จากหลายสาเหตุที่ไม่แน่ชัด แตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล ทั้งคนที่มีอายุเยอะ อาจจะเป็นอีกอาการ คนน้ำหนักเยอะ ก็อาจจะเป็นอีกอาการ รวมถึงคนที่ไม่ได้อายุเยอะอะไรแต่ อาจมีการออกกำลังกายหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ใช้งานข้อเข่าหนักๆ ก็อาจทำให้เกิดอาการเจ็บจี๊ดๆนี้ได้ เราจะมาหาคำตอบกันในบทความนี้ ว่าอาการที่คุณเป็นอยู่เกิดจากอะไรกันแน่ และถ้าคุณเข้าข่ายอาการไหน หรือ มีอาการ ให้หมอตรวจแล้ว สรุปว่าเป็นอะไรกันแน่ มาเม้นแชร์กันเพื่อเป็นข้อมูลให้คนที่กำลังเป็นอาการนี้อยู่ ได้แนวรู้ถึงสาเหตุ และ ทราบวิธีรักษาอาการให้ดีขึ้น

1.ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis)

ข้อเข่าเสื่อม หรือ Osteoarthritis (OA) คือ โรคที่พบบ่อยและเป็นสภาวะที่ทำให้ข้อต่อสึกหรอ โดยเฉพาะที่ข้อเข่า และมักจะเกิดขึ้นในผู้ที่อายุมาก แต่ก็สามารถเกิดขึ้นในคนที่อายุน้อยๆ เช่นกัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือทำงานที่ทำให้ข้อต่อเกิดการโหลดน้ำหนักเกิน.
ข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการสึกหรอของกระดูกอ่อน (cartilage) ซึ่งทำหน้าที่เป็นรอยปรับที่ช่วยลดแรงกระแทกในข้อต่อ เมื่อกระดูกอ่อนนี้สึกหรอ กระดูกที่อยู่ใต้กระดูกอ่อนจะถูกแรงกระแทกต่อเนื่องทำให้เกิดการสึกหรอ

ข้อเข่าเสื่อม หรือ Osteoarthritis (OA) คือ โรคที่พบบ่อยและเป็นสภาวะที่ทำให้ข้อต่อสึกหรอ โดยเฉพาะที่ข้อเข่า และมักจะเกิดขึ้นในผู้ที่อายุมาก แต่ก็สามารถเกิดขึ้นในคนที่อายุน้อยๆ เช่นกัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือทำงานที่ทำให้ข้อต่อเกิดการโหลดน้ำหนักเกิน.
ข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการสึกหรอของกระดูกอ่อน (cartilage) ซึ่งทำหน้าที่เป็นรอยปรับที่ช่วยลดแรงกระแทกในข้อต่อ เมื่อกระดูกอ่อนนี้สึกหรอ กระดูกที่อยู่ใต้กระดูกอ่อนจะถูกแรงกระแทกต่อเนื่องทำให้เกิดการสึกหรอ

อาการของข้อเข่าเสื่อม

  • ปวดข้อ
  • เดินขึ้นลงบรรไดลำบาก
  • ข้อเข่าแดง หรือ อ่อนแรง
  • เจ็บจี๊ดๆที่ข้อเข่า

2.โรคเก๊าท์ (Gout)

โรคเก๊าท์ (Gout) เกิดจากการสะสมของกรดยูริกในเลือดซึ่งจะสะสมและสร้างเป็นทรายหรือนิ่วในข้อต่อ ทำให้เกิดอาการอักเสบที่รุนแรง เจ็บปวด และแดง มักจะเริ่มต้นที่ข้อเท้าแต่ก็สามารถเกิดที่ข้อต่ออื่นๆได้ เช่น ข้อเข่า ข้อนิ้วมือ และข้อนิ้วเท้า
สาเหตุหลักของนิ่วข้อเข่าเกิดจากการมีกรดยูริกในเลือดสูงเกินไป กรดยูริกเป็นสารที่เกิดจากการสลายของสารประเภทพิวรีนในเลือด หากมีการสร้างกรดยูริกเกินมาก หรือร่างกายไม่สามารถขับเสียออกจากร่างกายได้ กรดยูริกจะสะสมอยู่ในเลือดและสร้างเป็นทรายหรือนิ่ว
อาการสำคัญของนิ่วข้อ คือ ปวดข้อและอักเสบที่รุนแรง ข้อต่อที่เป็นโรคจะมีอาการปวดรุนแรงอย่างเฉียบพลัน ส่วนใหญ่จะเป็นในตอนกลางคืนหรือตอนเช้า ข้อต่อนั้นจะมีรูปร่างที่เปลี่ยนไป แดง ร้อน และอ่อนแรง อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่จะดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่นิ่วข้อเข่ามักจะกลับมาซ้ำ และอาจทำให้ข้อต่อเสื่อมได้ในระยะยาว
การรักษานิ่วข้อมักจะผ่านการใช้ยาเพื่อควบคุมอาการอักเสบและปวด และยาเพื่อลดระดับกรดยูริกในเลือด รวมถึงการปรับเปลี่ยนสไตล์การดำรงชีวิต เช่น การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับปกติ ลดการบริโภคอาหารที่มีปริมาณพพิวรีนสูง และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์

3.การทำงานหรือการออกกำลังกายที่หนักเกินไป

การทำงานหรือการออกกำลังกายที่หนักเกินไปเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพและอาจทำให้เกิดบาดเจ็บหรือทำให้ข้อต่อสึกหรอ ทำงานหนักและออกกำลังกายหนักอาจทำให้กล้ามเนื้อโยงข้อต่อได้รับการกระตุ้นและอาจทำให้เกิดการอักเสบหรือบาดเจ็บ การฝึกที่เหนื่อยเกินไป หรือการทำงานที่ใช้แรงอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดการสึกหรอของกระดูกอ่อน ซึ่งจะทำให้เกิดปวดข้อ เช่น ปวดเข่า
การวางแผนการออกกำลังกายอย่างรอบคอบและสมดุลจึงเป็นสิ่งสำคัญ เช่น การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการออกกำลังกาย การออกกำลังกายอย่างถูกวิธี และการให้กล้ามเนื้อและข้อต่อได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ
มีทางเลือกการออกกำลังกายที่ทำให้ข้อต่อแข็งแรงโดยไม่ทำให้ข้อต่อเกิดการสึกหรอ เช่น การเดิน การว่ายน้ำ หรือกายภาพบำบัด (Physical Therapy) ที่จะช่วยในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อ เพื่อช่วยลดแรงกดที่ข้อต่อและลดการสึกหรอกระดูกอ่อน

4.การกระทบหรือบาดเจ็บ

การกระทบหรือบาดเจ็บที่เกิดขึ้นที่ข้อเข่าอาจเป็นผลจากการชนหรือการกระแทกของวัตถุต่อข้อเข่า ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์หลายๆ สาเหตุ เช่น:

  1. อุบัติเหตุ
  2. กีฬาและกิจกรรมที่เป็นอันตราย
  3. การทำงานที่เกี่ยวข้องกับข้อเข่า
  4. การกระทำที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ยืดเหยียดตัวแบบไม่ระวัง

อาการหรือผลกระทบจากการกระทบหรือบาดเจ็บที่ข้อเข่าอาจแตกต่างกันไป รวมถึงอาจมีการบาดเจ็บที่เนื้อเยื่อที่รอบข้อเข่าด้วย เช่น บาทเจ็บที่เอ็นยึดข้อ (Ligament) หรือการทำให้กระดูกอ่อน (Cartilage) เสียหาย อาจมีอาการปวด เกิดบวม หรือจำกัดการเคลื่อนไหวของข้อเข่า

5.หมอนรองเข่าอักเสบ (Meniscal Tear)

หมอนรองเข่าอักเสบ (Meniscal Tear) เกิดขึ้นเมื่อมีการฉีกขาดหรือแตกหักในเส้นเอ็นที่อยู่รอบๆ ข้อเข่า ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ปกป้องและช่วยให้ข้อเข่าสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น หน้าที่หลักของเส้นเอ็นคือช่วยลดแรงกระแทกที่เกิดขึ้นในข้อเข่าในขณะที่เคลื่อนไหว
สาเหตุที่เส้นเอ็นหัวเข่าเกิดการฉีกขาด อาจเกิดขึ้นได้จากการกระทบแรงหรือเหตุผลอื่นที่ทำให้เส้นเอ็นได้รับแรงกระแทกที่เข้าข้างของข้อเข่า อาการที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของการฉีกขาดหรือการแตกหัก

ปวดเข่าหายเองได้ไหม

อาการปวดเข่าอาจหายเองได้ในบางกรณี ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ ถ้าเป็นอาการปวดเข่าที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมที่ใช้เข่ามากหรือเคลื่อนไหวเข่าในท่าที่ไม่ถูกต้อง อาการอาจดีขึ้นเมื่อคุณพักผ่อนหรือลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดอาการปวด
แต่หากอาการปวดเข่าไม่ดีขึ้นหรือไม่หายไปในระยะเวลาที่เหมาะสม ควรพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม อาจจำเป็นต้องใช้การรักษาอื่นๆ เช่น การทำกายภาพบำบัด การใช้ยารักษา หรือแม้กระทั่งการรักษาทางศัลยกรรม ที่สอดคล้องกับสาเหตุและความรุนแรงของอาการของคุณ

ทำยังไงให้หายปวดหัวจี๊ดๆ

จาก 5 ข้อที่กล่าวมา วิธีการเหล่านี้อาจมีช่วยช่วยบรรเทาให้อาการดีขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ เพื่อการรักษาที่ถูกต้องและปลอดภัย คุณควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม
เบื้องต้นสามารถใช้วิธีเหล่านี้ช่วยบรรเทาอาการปวดเข่าได้:

  1. ลดกิจกรรมใช้เข่า
  2. การประคบเย็น
  3. การใช้ยารักษาอาการปวด เช่น ยาพาราเซตามอล
  4. ทานคอลลาเจน หรือ ทานอาหารที่ช่วยลดการอักเสบ เช่น ตะไคร้ , กระชาย , งา เป็นต้น

ปวดหัวเข่า ควรทานอะไร

  • น้ำมันปลา
  • ผักตระกูลกะหล่ำ
  • ชาเขียว
  • งา

ปวดหัวเข่า ไม่ควรทานอะไร

  • น้ำตาล
  • ขนมปัง
  • พาสต้า
  • ธัญพืชขัดสี

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

  • ชาที่เข่า
  • เข่าบวม
  • ยืดงอเข่าไม่ได้
  • เข่ามีรูปร่างผิดปกติ
  • ปวดเข่าและมีไข้

ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ เพิ่มหลังจาก ปวดหัวเข่าข้างขวา จี๊ดๆ แนะนำให้รีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกวิธีในทันที เพราะถ้าปล่อยไว้อาจเกิดอันตรายร้ายแรงที่ตามมาได้

สรุป

อาการปวดหัวเข่าข้างขวา จี๊ดๆ หรือจะปวดหัวเข่าข้างซ้าย นั้น สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ และ สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย ถ้าอายุไม่ได้เยอะมาก อาจจะเจ็บจากการออกกำลังกาย หรือ พฤติกรรมที่ทำให้เข่าเกิดการอักเสบทั่วๆไป ปฐพยาบาลไม่เยอะก็หายได้ แต่ถ้าเกิดมีอายุ และเป็นเพศหญิง อาจทำให้เกิดอาการข้อเข่าเสื่อมได้ เพราะผู้หญิงจะมีสมรรถภาพกล้ามเนื้อ ด้อยกว่าผู้ชาย จึงทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อต่างๆและข้อต่อได้ง่ายกว่าผู้ชาย แต่นอกจากเพศสภาพแล้ว การที่มีน้ำหนักเยอะและมีพฤติกรรมทานของที่ทำลายข้อเข่าบ่อยๆ ไม่ว่าเพศไหนอายุเท่าไหร่ ก็สามารถเกิดอาการนี้ได้ ฉนั้นควรปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต และ พฤติกรรมการกิน เพื่อถนอมข้อเข่า ให้สามารถใช้งานได้ดีอยู่ตลอด แม้อายุจะเริ่มเพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม ไม่จำเป็นต้องอายุเยอะแล้วค่อยดูแลตัว สามารถดูแลตัวเองได้ทุกช่วงอายุ เพราะถ้ารอแต่อายุเยอะแล้วค่อยดูแล ข้อเข่าอาจจะพังจนเกินจะเยียวยา ด้วยความปราถนาดีจาก โปรทริว่า อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ

คอมเมนต์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

บทความใกล้เคียง

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ