เวลาที่เราเปิดหาวิธีดูแลตัวเองบนอินเทอร์เน็ต เรามักจะเจอกระทู้ แชร์ประสบการณ์ ผิวขาว Pantip หรือคำค้นหายอดฮิตอย่าง วิธี ทํา ให้ผิวขาวเร็ว ภายใน 1 อาทิตย์, เร่งผิวขาว 3 วัน ทํา เอง หรือแม้กระทั่งการตามหา สูตรผิวขาวถาวร
แต่ว่าความจริงแล้ว"การเปลี่ยนสีผิวให้ขาวจั๊วะภายใน 3-7 วันแบบธรรมชาติ หรือการทำให้ขาวถาวรโดยไม่กลับมาคล้ำอีก… ไม่มีอยู่จริงค่ะ"
หากคุณพบเจอผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาแบบนั้น ขอให้รู้ไว้เลยว่านั่นคือการใช้สารเคมีอันตราย เช่น สเตียรอยด์ หรือ ปรอท ซึ่งเป็นการทำลายเกราะป้องกันผิวอย่างรุนแรง การตั้งความหวังกับผลลัพธ์ที่เพ้อฝันเกินไปนอกจากจะทำให้เสียเงินฟรีแล้ว ยังอาจทำให้ผิวพังจนยากจะฟื้นฟูได้อีกด้วยนะคะ
7 ทริคดูแลผิวขาวกระจ่างใส ลบความเชื่อผิดๆ แบบขาวไวใน 3 วัน
ดังนั้น ด้วยความห่วงใยจากโปรทริว่า เรามาทำความเข้าใจตรรกะที่ถูกต้องและดูแล ผิวขาวกระจ่างใส อย่างยั่งยืนด้วยหลักวิทยาศาสตร์กันดีกว่าค่ะ ซึ่งทางเราได้รวบรวมข้อมุลมาให้แล้ว ลองไปดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง
ผิวขาวกับผิวกระจ่างใสต่างกันยังไง?
หลายคนมักสับสนและตั้งเป้าหมายผิดจุด ผิวขาว (Skin Lightening) คือการลดจำนวนเม็ดสีเมลานินในผิว ซึ่งถูกกำหนดโดยพันธุกรรมตั้งแต่เกิด หากถามว่า คนไทยแท้ผิวสีอะไร คำตอบคือคนไทยส่วนใหญ่มีผิวอยู่ในระดับ Fitzpatrick Scale Type III ถึง IV คือผิวสีน้ำผึ้ง ผิวสองสี ไปจนถึงผิวคล้ำ
*ส่วนคำถามเกร็ดความรู้ที่มักเจอบ่อยๆ ว่า ลูกครึ่งคนดำคนขาว เรียกว่าอะไร ในทางสากลจะเรียกว่า Biracial หรือคำดั้งเดิมคือ Mulatto ซึ่งกลุ่มนี้ก็จะมีระดับเม็ดสีที่ผสมผสานกันไป
สิ่งสำคัญคือ เราไม่สามารถเปลี่ยนกรรมพันธุ์สีผิวตั้งต้นของคุณได้ แต่สิ่งที่ทำได้และควรโฟกัสคือ ผิวกระจ่างใส (Skin Brightening) ซึ่งหมายถึงผิวที่เรียบเนียน อิ่มน้ำ เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดลอกออกไปอย่างเหมาะสม ทำให้เมื่อแสงตกกระทบ ผิวจะดูมีออร่า เปล่งปลั่ง สุขภาพดี ไม่ว่าจะมีผิวเฉดสีไหนก็สามารถมีผิวที่กระจ่างใสดูแพงได้ค่ะ
จะรู้ได้ยังไงว่าเราสีผิวอะไร และ จะรู้ได้ไงว่าผิวหน้าแบบไหน?
วิธีเช็กสีผิวตั้งต้นที่สว่างที่สุดของคุณที่ธรรมชาติให้มา คือการดูผิวบริเวณที่ไม่ค่อยโดนแดด เช่น ผิวในร่มผ้า หน้าอก หรือท้องแขน นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของความสว่างที่คุณสามารถไปถึงได้ด้วยวิธีธรรมชาติ ส่วนการเช็กสภาพผิวหน้า (แห้ง, มัน, ผสม, แพ้ง่าย) ให้ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า ซับให้แห้ง ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง หากหน้าตึงคือผิวแห้ง หากมันเยิ้มคือผิวมัน หากมันแค่ช่วงทีโซนคือผิวผสม การรู้สภาพผิวจะช่วยให้คุณเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวได้ตรงจุดมากขึ้น
ใช้เวลากี่เดือนถึงจะขาว? ความจริงของการผลัดเซลล์ผิว
แล้วสรุปว่า ทําไงให้ขาว ภายใน 7 วัน ได้บ้าง? คำตอบคือ ภายใน 7 วัน คุณทำได้แค่ "ลดความหมองคล้ำ" จากผิวชั้นนอกสุดเท่านั้นค่ะ ในทางวิทยาศาสตร์ ผิวหนังของมนุษย์มีวงจรการผลัดเซลล์ผิว (Skin Turnover Cycle) อยู่ที่ประมาณ 28 วัน
ดังนั้น หากคุณเริ่มต้นดูแลผิวอย่างจริงจังวันนี้ คุณจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของ ผิวขาวกระจ่างใส ที่ชัดเจนเมื่อผ่านไปอย่างน้อย 1-3 เดือน (หรือประมาณ 1-3 รอบของการผลัดเซลล์ผิว) การมีวินัยและความอดทนคือความจริงที่คุณต้องยอมรับค่ะ
ทำยังไงให้ผิวขาวกระจ่างใส? แนะนำ 7 วิธีดูแลผิวอย่างยั่งยืน
หากคุณพร้อมที่จะเลิกเชื่อสูตรลัดและหันมาดูแลตัวเองแบบมืออาชีพ นี่คือ 7 แนวทางที่ส่งเสริมให้ผิวของคุณกลับมาสว่างใสเท่าที่พันธุกรรมของคุณจะทำได้ค่ะ
1. ปกป้องผิวจากรังสี UV (หัวใจสำคัญที่สุด)
รังสี UV คือตัวการหลักที่กระตุ้นให้ร่างกายผลิตเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้นเพื่อปกป้องผิว (ทำให้ผิวคล้ำลง) การทาครีมกันแดดที่มี SPF 30 และ PA+++ ขึ้นไปเป็นประจำทุกวัน คือการลดความเสี่ยงไม่ให้ผิวหมองคล้ำและป้องกันริ้วรอยก่อนวัย (2) ต่อให้คุณบำรุงดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่ทากันแดด ทุกอย่างคือศูนย์ค่ะ
2. กินวิตามินซีผิวขาวขึ้นจริงไหม? วิตามินอะไรทำให้ผิวกระจ่างใส?
คำถามนี้เจอบ่อยมาก ความจริงคือ วิตามินซี (Vitamin C) ไม่ได้มีฤทธิ์ฟอกสีผิวให้ขาวเผือก แต่วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง ที่ช่วยสนับสนุนการสร้างคอลลาเจน และช่วยลดกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติเมื่อเจอแสงแดด (3) ดังนั้น การทานวิตามินซี หรือใช้วิตามินซีแบบทา (Topical Vitamin C) จะช่วย "สนับสนุนให้ผิวกระจ่างใสขึ้น" และลดจุดด่างดำได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องใน วิธี ทํา ให้ผิวขาว ภายใน 1 เดือน ควบคู่กับการกันแดด
3. ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน
เซลล์ผิวที่ตายแล้วหากทับถมกันจะทำให้ผิวดูหมองคล้ำเหมือนกระจกที่เปื้อนฝุ่น การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA หรือ BHA สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยส่งเสริมการผลัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ที่สว่างขึ้น (แต่ข้อควรระวังคือ ห้ามขัดหน้าแรงๆ ทุกวัน เพราะจะทำให้ผิวระคายเคืองและคล้ำเสียกว่าเดิม)
4. เติมความชุ่มชื้นให้เต็มเปี่ยม
เปรียบเทียบง่ายๆ ผิวหนังของเราก็เหมือนลูกโป่ง ถ้าลูกโป่งแฟบ ผิวจะดูยับย่นและหม่นหมอง แต่ถ้าลูกโป่งพองตึง (อิ่มน้ำ) พื้นผิวจะเรียบเนียนและสะท้อนแสงได้ดีเยี่ยม การทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เป็นประจำคือหัวใจของการมีผิวกระจ่างใสแบบมีออร่า
5. วิธี ผิวขาว ผู้ชาย แบบเรียบง่ายแต่เห็นผล
สำหรับผู้ชายที่อาจจะไม่มีเวลาหรือไม่อยากทาครีมหลายขั้นตอน โครงสร้างผิวผู้ชายมักจะหนาและผลิตน้ำมันมากกว่าผู้หญิง แต่หลักการดูแลไม่ได้ต่างกันเลยค่ะ ขอแค่ยึดหลัก 3 ขั้นตอนพื้นฐาน:
- ล้างหน้าให้สะอาด (ไม่ใช้สบู่ก้อนถูตัวมาถูหน้า)
- ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อเบา (เช่น แบบเจล)
- ทาครีมกันแดดทุกเช้า
- เพียงเท่านี้ภายใน 1-2 เดือน ผิวก็ดูดีขึ้นและสว่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแล้วค่ะ
6. ดูแลจากภายในด้วยอาหารและการนอน
ครีมกระปุกละหมื่นก็ช่วยไม่ได้ถ้าคุณนอนตีสามทุกวัน การนอนหลับลึกในช่วง 22.00 – 02.00 น. คือช่วงเวลาทองที่ร่างกายหลั่ง Growth Hormone ออกมาซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิว ควบคู่ไปกับการทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น เบอร์รี่ มะเขือเทศ ชาเขียว ซึ่งเปรียบเสมือนเกราะป้องกันผิวจากภายใน
7. ความสม่ำเสมอคือคำตอบที่แท้จริง
สุดท้ายนี้ การจะมีผิวที่สุขภาพดีและกระจ่างใส ต้องอาศัยความเข้าใจที่ถูกต้อง และลงมือดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอค่ะ







