น้ำมันอะโวคาโด (Avocado Oil) ตัวช่วยหัวใจ ห่างไกลคอเลสเตอรอลสูง

น้ำมันอะโวคาโด (Avocado Oil) ตัวช่วยหัวใจ ห่างไกลคอเลสเตอรอล
Avocado Oil คือ

น้ำมันอะโวคาโด (Avocado Oil)

น้ำมันอะโวคาโด (Avocado) ถูกนับว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดอาหาร (Superfood) เนื่องจากอุดมไปด้วยสารอาหารและคุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายของมนุษย์ นอกจากนั้นยังเป็นไขมันไม่อิ่มตัวที่ดีต่อสุขภาพ สามารถทานได้บ่อยโดยไม่ต้องกลัวโคเลสเตอรอลในเลือดสูงกันเลยทีเดียว ทำให้อะโวคาโดกลายเป็นสุดยอดผลไม้ที่กลุ่มคนรักสุขภาพให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ความนิยมและความต้องการในตัวของอะโวคาโดสูงขึ้น จนถูกนำไปบริโภคในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการ กินจากผล นำไปอบ ทำเป็นสลัด หรือกระทั่งนำไปปั่นทำเป็นน้ำปั่น ก็ดีกับสุขภาพ 

จนกระทั่งนักวิจัยต่างๆต้องการดึงเอาสารอาหารและคุณประโยชน์ของอะโวคาโดออกมาให้มากที่สุด จนนำไปสู่การพัฒนามาเป็น “น้ำมันอะโวคาโด (Avocado Oil) น้ำมันสกัดเข้มข้น ที่คงคุณค่าของอะโวคาโดไว้ได้อย่างดี ทานง่ายขึ้น ร่างกายดูดซึมได้ง่ายขึ้น จนถูกนำมาใช้ในการ “ควบคุมคอเลสเตอรอลในเลือด” สำหรับผู้ป่วยคอเลสเตอรอลในเลือดสูง 

img3 1560257379

ตัวช่วยหัวใจ ห่างไกลคอเลสเตอรอลสูง

แม้ว่าอะโวคาโดจะมีสรรพคุณค่อนข้างครอบคลุมตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่สิ่งหนึ่งที่อะโวคาโดมีความโดดเด่นเหนือผลไม้อื่นๆ นั่นก็คือ คุณสมบัติในการ “ปรับสมดุลระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย” เนื่องจากในตัวอะโวคาโดนั้นอุดมไปด้วย กรดไขมันไม่อิ่มตัว (Monounsaturated Fats) มากกว่า 60% โดยมีกรดไขมันสำคัญชื่อว่า กรดไขมันโอเลอิก (Oleic Acid) ซึ่ง

จากการวิจัยพบว่ามีส่วนช่วย “ลดความเสี่ยงโรคหลอดหัวใจและสมอง” ได้อย่างมาก เพราะกรดไขมันไม่อิ่มตัวต่างๆอย่างเช่น โอเลอิก นั้นถูกจัดอยู่ในกลุ่มไขมันดี (HDL) ที่จะช่วยในกระบวนเผาผลาญไขมัน กำจัดไขมันเลว (LDL) ส่วนเกินในเลือดและอวัยวะต่างๆ ลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด ลดการอุดตันของไขมันที่เป็นต้นเหตุของหลอดเลือดอุดตัน ที่อาจส่งผลให้หลอดเลือดตีบ ตัน และแตกจนอันตรายถึงชีวิตได้

avocado nutrition facts

Super Oil จาก Super Food

อะโวคาโด 1 ลูก จะมีน้ำหนักประมาณ 200 กรัม ซึ่งให้พลังงานมากถึง 322 กิโลแคลอรี่ แต่กลับมีค่าคอเลสเตอรอลเพียง 0 กรัม เท่านั้น จึงทำให้สามารถทานได้บ่อย ไม่อ้วน แถมให้พลังงานเยอะ นอกจากนั้นยังมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น โปรตีน วิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม บำรุงร่างกายอีกด้วย

งานวิจัยรับรองจากต่างประเทศ

Reserch 2

Consumtion of avocado oil improves the biological profile summited to long-term androgenic stimulation

การศึกษาส่วนหนึ่งเกี่ยวกับคุณประโยชน์จากการบริโภคกับหลายกลุ่มทดลองระบุว่า กลุ่มทดลองที่มีการบริโภค มีค่าไขมันไตรกลีเซอไรด์ ลดลง 21% ส่วนไขมันเลว (LDL) ลดลงมากถึง 78% รวมไปถึงมี ค่าไขมันดี (HDL) สูงขึ้น 7% ทำให้สรุปได้ว่า อะโวคาโดมีส่วนสำคัญในการปรับสมดุลไขมันในเลือดได้จริง อีกทั้งยังลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดตีบและตันจากภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้

3

อะโวคาโด คือ

อะโวคาโด หรือ ลูกเนย (Avocado) เป็นไม้ยืนต้นพื้นเมืองของรัฐปวยบลา (Estrado de Puebra) ในประเทศเม็กซิโก อยู่ในวงศ์เดียวกับอบเชย กระวาน ผลของอะโวคาโดมีรูปทรงคล้ายสาลี่ รูปไข่ หรือรูปกลม มีการปลูกครั้งแรกโดยชาวอเมริกันในจังหวัดนานจนถูกนำหน่วยงานและเกษตรกรนำมาปลูกกันมากขึ้น

อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารและประโยชน์แน่นมากๆ จนถูกนับว่าเป็น Superfood หรือสุดยอดอาหารเลยทีเดียว เป็นที่ชื่นชอบของผู้รักสุขภาพหลายๆคน แม้ว่าจะมีรสจืดและเต็มไปด้วยไขมันแต่เป็นไขมันดีที่ไม่ทำให้อ้วนแต่อย่างใด ทำให้อิ่มท้องนาน แถมเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย นิยมทานกันโดยวิธีใช้ช้อนคว้านเนื้อและยังสามารถสกัดน้ำมันออกมาเพื่อใช้บำรุงร่างกายหรือประกอบอาหารอีกด้วย

image

ประโยชน์ของน้ำมัน อะโวคาโด

1.ช่วยลดคอเลสเตอรอล 

ช่วยลดคอเลสเตอรอลเกือบ 70%  อุดมด้วยกรดโอเลอิก (Oleic Acid) ที่เป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ดีต่อสุขภาพมีงานวิจัยพบว่าช่วยลดคอเลสเตอรอล ทำให้สุขภาพหัวใจดีขึ้น และก็ช่วยเพิ่มไขมันดี (HDL)

2.ช่วยบำรุงสายตา

มีสารยลูทีน (Lutein) เป็นแคโรทินอยด์ชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประโยชน์ต่อดวงตา ร่างกายเราผลิตลูทีนไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น

3.ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้มากขึ้น

เพิ่มการดูดซึมสารอาหารสารอาหารบางอย่างต้องการไขมันเพื่อการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะแคโรทินอยด์จากพืชที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งพบในเม็ดสีของพืชหลายชนิด แต่ผักผลไม้ที่อุดมด้วยแคโรทินอยด์มักจะมีไขมันต่ำ การวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าการใส่น้ำมัน อะโวคาโดในสลัด จะช่วยเพิ่มการดูดซึมของแคโรทินอยด์จากผักเหล่านี้เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับสลัดที่ไม่ได้ใส่น้ำมัน 

4.ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น

อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่ติดหนึ่งในห้าที่มีวิตามินอีสูงสุด บำรุงระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันความเสียหายจากอนุมูลอิสระในร่างกาย และทำให้การย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือกรดเกินในกระเพราะอาหาร เพราะวิตามิน แร่ธาตุ และกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวในอะโวคาโดช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

5.ช่วยล้างสารพิษ

อุดมด้วยคลอโรฟิล (chlorophyll) ที่เป็นแหล่งของแมกนีเซียม และเป็นหนึ่งในสารธรรมชาติที่ช่วยในการขจัดโลหะหนักออกจากร่างกาย (เช่น ตะกั่ว สารปรอท ที่เป็นของเสียจากตับ ไต และอวัยวะอื่นของร่างกาย) 

6.ช่วยให้แผลและการอักเสบดีขึ้น

เนื่องจากกรดไขมันโอเลอิกในน้ำมัน อะโวคาโด มีคุณสมบัติต้านอักเสบ สามารถบรรเทาอาการอักเสบและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น อีกทั้งยังช่วยบรรเทาความรู้สึกไม่สบายผิว เช่น ผิวแห้งแตก ผิวคัน 

อ้างอิง:

www.webmd.com

www.sciencedirect.com

www.ncbi.nlm.nih.gov

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

สาระน่ารู้ที่น่าสนใจ

สารบัญเนื้อหา